ก้อนเมฆ สัญญาณการเปล่งเสียงแทนธรรมชาติ

ก้อนเมฆ ที่เกิดจากละอองน้ำรวมถึงน้ำแข็งที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนลอยขึ้นไปบน ชั้นบรรยากาศ (ชั้นแก๊สชนิดต่าง ๆ ที่ปกคลุมอยู่ทั่วดาวเคราะห์ หรือว่าวัตถุท้องฟ้านั้นสามารถที่จะแตกต่างกันออกไป แต่ละดาวเราไม่มีชั้นบรรยากาศ หรือว่าบรรยากาศของโลกนั้นเป็นอากาศที่ห่อหุ้มโลกโดยจะประกอบไปด้วยออกซิเจน และไนโตรเจน) ที่เรานั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเป็นไอน้ำที่ การความแน่น (การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารเชิงกายภาพ จากสถานะแก๊สให้เป็นสถานะของเหลวที่ตรงกันข้ามกับการระเหย และยังนิยามเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะของไอน้ำให้เป็นน้ำเหลว เมื่อได้สัมผัสกับผิวใด ๆจะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากสถานะแก๊สเป็นสถานะของเหลว โดยตรงที่เรียกการพอกพูน) และตกลงมาเป็น ฝน(การตกของน้ำจากฟ้าแบบหนึ่งที่เหมือนกันกับการปลูก ในรูปแบบของ หิมะ น้ำแข็ง ลูกเห็บ น้ำค้าง ฝน อยู่ในรูปของหยดน้ำที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลก 

จากเมฆฝนบางส่วนถูกระเหยเป็นไอ ก่อนตกลงมาผิวโลกชนิดนี้เรียกว่า virga ) รวมถึงเป็นฟองน้ำโดยปกติแล้วจะมีขนาด0.01 มม. ที่ก่อตัวรวมกันต่างเรียกกันว่าก้อนเมฆ สะท้อนคลื่นแสงในแต่ละความยาวของคลื่นในช่วงของการมองเห็นและในระดับเท่า ๆ กันโดยสีปกติที่เรามองเห็นส่วนมากมันจะเป็นสีขาว แต่ก็มองเห็นเป็นสีเทาหรือสีดำนั้นหมายถึงความหนาแน่นมากเกินไปจนแสงนั้นผ่านไม่ได้บนดาวอื่น ๆ ประกอบไปด้วยสารอื่นนอกจากน้ำเท่านี้ ยังอยู่สภาพบรรยากาศของดาวนั้น ๆ

สามารถแบ่งออกได้ตามรูปแบบใหญ่ ๆ ของเมฆได้ คือ แบบเป็นชั้น ในแนวนอน และแบบลอยตัวสูงในแนวตั้ง โดยจะมีชื่อเรียกตามลักษณะว่า สเตรตัส ที่หมายถึงลักษณะชั้น และ คิวมูลัส ที่หมายถึงการทับถมกันเป็นกอง 

ก้อนเมฆ

ก้อนเมฆ การจำแนกลักษณะสี

ก้อนเมฆ อุตุนิยมวิทยาได้จำแนกออกมาทั้ง 3 ระดับ โดยจะมีความสูงของก้อนเมฆที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินนั่นก็ คือ ระยะทางที่วัดจากพื้นดินไปยังฐานของก้อนหินที่ ได้แก่ เมฆชั้นสูง เมฆชั้นกลาง เมฆชั้นต่ำ

เมฆชั้นสูง มักจะลอยตัวอยู่ในระดับความสูงตั้งแต่ 6 กิโลเมตร ขึ้นไปโดยจะมีลักษณะเป็นริ้วบาง ๆ คล้ายกับขนนกหรือว่าไปหาของม้านั้นเอง มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่อากาศดี ๆ

เมฆชั้นกลาง คือที่จะเกิดขึ้นที่ระดับความสูง 2 ถึง 6 กิโลเมตร โดยจะมีลักษณะคล้ายกับก้อนสำลี หลาย ๆ ก้อนรวมตัวอยู่ด้วยกัน เหมือนกับฝูงแกะที่กำลังวิ่งอยู่บนท้องฟ้า มักจะปรากฏขึ้นในช่วงวันที่ท้องฟ้าใสจะมีความหนาแน่นมาก ๆ จนกลายเป็นก้อนเดียวกันรอยตัวต่ำลงอาจจะทำให้เกิดฝนได้

เมฆชั้นต่ำ อาจจะทำให้เกิดผลเป็นอย่างมากมักจะเกิดขึ้นได้ ระดับความสูงอยู่ที่ 2 กิโลเมตร เมฆชนิดใดสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากเมฆก่อตัว และตั้งอยู่ในลักษณะเหมือนกับดอกกะหล่ำหรือว่าที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ก้อนเมฆมีสีเทาเข้มไปจนสีดำที่น่ากลัว การแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงของพายุที่จะมาในไม่ช้านี้

ก้อนเมฆ

เราสามารถที่จะสังเกตรูปก้อนเมฆแต่ละรูปแบบ ที่แตกต่างกันออกไปอาจจะพบว่าก้อนเมฆที่ปรากฏบนท้องฟ้า แต่ละรูปแบบนั้นก็เพราะผิวได้จดน้ำผลิตน้ำแข็งของรูปร่างที่ลอยตัวกันอยู่ในชั้นบรรยากาศ รวมถึงน้ำแข็งที่มีความหนาแน่น ทำให้เรานั้นมองเห็นก้อนเมฆเป็นสีขาวหรือว่ารูปลักษณะต่าง ๆ ตามจินตนาการของเราไม่ว่าจะเป็น ฝูงแกะ ขนนกขนปุย สัตว์ หรือ สิ่งของต่าง ๆ  เมื่อใดก็ตามที่มีสีเทาหรือว่าสีดำนั่นแสดงว่าหยดน้ำ และผลึกน้ำแข็งมารวมตัวกันจนมีความหนาแน่นที่สุดมาก ๆ ไม่สามารถที่จะส่งผ่านลงมาได้ทำให้เกิดฝนตกลงมาสู่พื้นที่ผิว เมฆคิวมูโลนิมบัสที่มีสีเขียวจะบ่งบอกการก่อตัวของพายุหรือว่าพายุลูกเห็บ และพายุทอร์นาโดก้อนเมฆ ส่วนสีเหลืองไม่ค่อยได้ให้พบบ่อยมากค่ะอาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จนถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ๆ ที่เรื่องนั้นเกิดจากควันและอากาศ สีแดงและสีส้มหรือว่าสีชมพูที่เรามองเห็นได้โดยปกติจะเกิด ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกช่วงเช้ากับช่วงเย็น เกิดจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศไม่ได้เกิดจากตัวก้อนเมฆนั้นเป็นตัวสะท้อนแสงนี้ขึ้นมาเพียงเท่านั้น 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> elene-dee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *