เรื่องรอบรู้ การดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก

เรื่องรอบรู้  การดูแลรักษาสุขภาพฟันและช่องปากถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากเรามีฟันที่สวยแข็งแรงสามารถที่จะยิ้มได้โดยไม่เห็นฟันผุไม่ปวดฟันบอกเลยว่าสุขภาพฟันนั้น ไม่ใช่เรื่องยากจนต้องมีการดูแลให้ติดนิสัย เพราะอาจสูงภาวะแทรกซ้อนต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย อย่างผู้ป่วยที่มีสาเหตุในการติดเชื้อจากเหงือกและฟันจะมีการแสดงตั้งแต่การติดเชื้อเล็กน้อย หรือว่ารุนแรงลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ แต่มีการแพร่กระจายไปทั่วร่างกายหากผู้ป่วยที่มีโรคประจำอยู่แล้ว จะส่งผลให้เกิดลูกระบุอื่น ๆ ที่จะเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้นรวมถึงทำให้การรักษาที่เป็นไป ตามความคาดหมายที่วางไว้บางครั้งก็อาจจะส่งผลกระทบถึงชีวิต โดยทีเดียวโดยการรักษาฟันผุและเหงือกอักเสบทั้งก่อนและหลัง 

เรื่องรอบรู้

เป็นการรักษาของกลุ่มผู้ป่วยที่มีการดูแลเรื่องของสุขภาพปากและฟันเป็นพิเศษนั่นก็ คือ 

กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจทุกชนิด เรื่องรอบรู้ เช่น โรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด โรคหัวใจพิการโรคเยื่อบุผนัง หัวใจที่อักเสบ แหล่งเชื้อโรคเหล่านี้ที่อยู่ในช่องปากและเหงือกอักเสบอาจจะทำให้มีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบด้วย

โรคเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือด และเกิดโอกาสโรคเหงือกอักเสบได้ง่ายจะเกิดความรุนแรง กว่าคนปกติที่ไม่มีโรคประจำตัว

ผู้ป่วยทางด้านโลหิตวิทยา เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดซึ่งจะได้รับการรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดมีผลทำให้เกิดเม็ดเลือดขาว ค่อนข้างต่ำกว่าปกติร่างกาย 

ผู้ป่วยภูมิคุ้มกัน ของร่างกายที่มีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของตนเอง

•ผู้ป่วยที่มีไข้สูงโดยที่ไม่มีการทราบสาเหตุโรค ในช่องปากอย่างเช่น โรคฟันผุ หรือว่าเหงือกอักเสบอันเป็นสาเหตุ และจุดเริ่มต้นในการติดเชื้อทั่วร่างกาย

เรื่องรอบรู้ ขั้นตอนการดูแลเหงือกและฟัน

วิธีการดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก

•หมั่นแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยขั้นตอนการดูแลสุขภาพฟันที่สำคัญมากห้ามแปรงฟันแบบติดลวกเรื่องรอบรู้ หรือว่าแปลงอย่างรีบ ๆ ฟันเด็ดขาดโดยการแปรงฟันจะใช้ 2 นาทีขึ้นไป พอแปรงฟันตามหลักนี้จะทำให้สุขภาพฟันและที่ฟันต่าง ๆ และสะอาดและทั่วถึง ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรแปรงฟันหลังจากมีการรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมด้วยเป็น 3 ครั้งต่อวัน แม้ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงสีฟันคือใช้ประมาณ 3 เดือน หากใครที่ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าก็ต้องเปลี่ยนหัวแปลงทุก 3 เดือน ด้วยเช่นกันควรพบแปรงสีฟันหลังจากที่มีการรับประทานอาหารอยู่ที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน จะได้ไม่มีเศษอาหารติดยาวจนถึงช่วงเย็น และกำจัดกลิ่นปากได้อีกด้วย ไม่ควรที่จะรีบแปลงฟันทันทีหลังทานอาหารเสร็จควรรอให้ถึงซัก 30 นาที เพราะอาหารเป็นกรดทำให้เคลือบฟันนิ่มได้ชั่วคราวเพราะการแปรงฟัน ในช่วงที่รับประทานอาหารพึ่งเสร็จอาจจะทำให้ฟันมันเป็นรอยได้ ในขณะที่แปรงฟันแล้วอย่าลืมทำความสะอาดลิ้นอีกด้วย 

ใช้ไหมขัดฟัน เรามีการแปรงฟันทุกวันเพื่อกำจัดเศษอาหารและฆ่าแบคทีเรียที่สะสมตามซอกฟัน ในตอนแรกในการเริ่มใช้ไหมขัดฟันจะมีเลือดออกอยู่บ้าง แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งจะหายเองเน้นทำความสะอาดในซอกฟัน เพื่อให้วัวลายเข้าไปเสริมสร้างความแข็งแรงเคลือบฟันได้อย่างทั่วถึง เวลาใช้ไหมขัดฟันควรดึงออกมายาวประมาณ 50 เซน หรือว่า 18 นิ้วและพันรอบนิ้ว 1 ของทั้งสองมือดึงให้ตึงแล้วตอดไหมขัดฟันเข้าไปยังซอกฟัน

ใช้น้ำยาบ้วนปาก เพื่อกำจัดแบคทีเรียและป้องกันกลิ่นปากซื้อได้ที่ร้านขายของทั่วไป หรือว่าจะมีการผสมน้ำเกลือแทนก็ได้เป็นการบ้วนปากอย่างน้อย 2 นาที แล้วค่อยบ้วนออก 

•ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้การเคลือบฟันเรื่องรอบรู้ และป้องกันฟันผุที่มีฟลูออไรด์ถึง 1,350- 1,500 ppm ส่วนต่อล้าน แต่ในเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ควรดูแลไม่ให้เผลอเข้าไปกลืนลงท้อง เด็กเล็กประมาณ 2 ถึง 6 ขวบ ควรใช้ยาสีฟันเพียงแค่ 1 เมล็ดถั่ว 

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดพบปัญหาที่รุนแรงในช่องปากผู้ป่วยที่มีปัญหาหรือว่าใครที่เลือดออกง่าย และหยุดยากอาจจะต้องตรวจเลือด ก่อนการเข้ารับบริการทันตกรรมทุก ๆ บริการและผู้ป่วยที่ได้รับยามีผลของการแข็งตัวของเลือดควรที่จะแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อน ที่ได้รับหัตถการที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจะได้รับยาปฏิชีวนะก่อนการรักษา 1 ชั่วโมง 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> okanozkan

social media การพัฒนาและอย่างก้าวกระโดด

โดยในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ก้าวไกลไปจากแต่ก่อนมาก ๆ ถือว่าโซเชียลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเลยก็ว่าได้ไม่ใช่แค่วัยรุ่น และวัยทำงานยังส่งผลและอิทธิพลไปถึงวัยผู้สูงอายุเองก็สามารถที่จะเสพสื่อเหล่านี้ได้พอสมควร social media เราจะสังเกตได้ว่าการรับชมข่าวสารต่าง ๆ จะสามารถรับรู้ได้รวดเร็วผ่านมือถือ หรือว่าอุปกรณ์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค ต่าง ๆ ก่อนที่จะมาเสพสื่อในทีวีอย่างที่เคยเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการจัดสรรของแต่ละคน ว่าเราจะจัดสรรให้ถูกต้องทำให้เกิดโทษและประโยชน์อย่างไร 

สื่อที่ทันสมัยนี้เข้าถึงผู้คนได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ตื่นนอนมาหยิบมือถือขึ้นมาติดตามข่าวสาร ก็สามารถที่จะก้าวทันโลกได้อย่างมหัศจรรย์การใช้สื่อนี้เป็นเครื่องมือติดตามข่าวสารบ้านเมืองรอบรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศทำให้คนสมัยใหม่ไวต่อเหตุการณ์ และข่าวสารกิจกรรมต่างถูกถ่ายทอดออกไปอย่างรวดเร็วและถูกส่งต่ออย่างแพร่กระจายอย่างน่าเชื่อเหลือเชื่อ ทำให้เราไม่พลาดการอัพเดทข่าวสารใหม่ ๆ ทั้งผลการติดตามข่าวสารในโซเชียลนี้ยังทำให้สูงผู้สูงอายุต้องใช้สมอง และฝึกความจำทำให้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย พร้อมกับสิ่งที่จะเรียนรู้ได้ตลอดเวลาได้อย่างง่ายดาย เพราะต้องใช้ความคิดในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เหมือน อย่างเช่น การเรียนทำขนมตาม YouTube โดยไม่ต้องเสียเงินไปจ่ายคอร์สแพง ๆ social media สอนทำเค้กอย่างมืออาชีพซึ่งบางท่านก็รู้สึกว่าไม่สะดวกทั้งเรื่องเวลา และการเดินทางในการไปเรียนในสถานที่จริง ๆ อีกทั้งเรื่องของทุนทรัพย์ในการเดินทางจึงหันที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนแบบดูคลิปวีดีโอสอนทำกิจกรรมต่าง ๆในมือถือเพียงแค่เครื่องเดียวก็สามารถที่จะสนุก 

social media

social media ผลกระทบที่ตามมาภายหลัง

ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองอีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และประยุกต์ใช้ร่วมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดย Social Network นั้นจะเด่นเรื่องการสื่อสารอย่างเช่นการพบปะเพื่อนใหม่ และสังคมเก่ามีการนัดแนะเชื่อมโยงเพื่อนได้ง่ายมากขึ้นแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้การเข้าสังคมนั้นไม่ยากที่จะติดต่อการผ่าน Social Media ต่างคนต่างมีครอบครัวและภาระหน้าที่ จึงต้องจำเป็นที่ต้องรับผิดชอบและขาดการติดต่อเพื่อนเก่า ๆ 

social media

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณอายุเทคโนโลยีเหล่านี้จึงจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้ในการติดต่อข่าวสารเพื่อนเก่า ๆ เป็นตัวแทนในการเชื่อมโยงนัดเจอกันทำให้ประสานสัมพันธ์ที่ดีเพิ่มความสุขมากยิ่งขึ้นในเรื่องของการรักษามิตรภาพ แต่อย่างไรก็ตามข้อควรระวังในการใช้โซเชียลมีเดียนี้มันอาจจะเป็นดาบสองคม ที่ทำให้เรานั้นไม่รู้วิธีการใช้อย่างถูกต้องและใช้อย่างพอเหมาะสม อย่าเล่นมากจนเกินไปเพราะอาจจะเป็นเหตุทำร้ายความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และคนรอบข้างทำให้มองข้ามไป เพราะมัวแต่ติดหน้าจอมือถือ และแท็บเล็ตไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่แต่ในกระทั่งเด็กเล็กผู้ปกครองควรควบคุม เรื่องของการเล่นให้เป็นเวลาอีกทั้งเมื่อจ้องโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลเสียต่อสายตาและจอประสาทตา รวมถึงสุขภาพหลังทำให้เกิดโรคเรื้อรังภายในอนาคตได้ จึงเหมาะแก่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนให้พอเหมาะพอควร เพราะเชื่อว่าโลกของโซเชียลนี้บางคนถึงขนาดต้องเข้าไปอยู่มันทั้งวันเพื่อหาความบันเทิงใส่ตัว social media รวมทั้งคลิปวีดีโอรูปภาพต่าง ๆ แค่มาไล่ดูเฉย ๆ ก็สามารถที่จะอยู่กับโทรศัพท์ได้ทั้งวันแล้วทำให้เป็นการฆ่าเวลาของคนพิเศษของคุณได้แบบไม่รู้ตัว  

ทำให้เกิดการคาดหวังมากยิ่งขึ้นแต่ ในหลักความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์และความประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงานเมื่อเป็นสื่อของโซเชียลทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงและสิทธิ์ ในการคัดเลือกเรื่องราวดี ๆ เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนองานใหม่ ๆ ซึ่งมันเป็นมุมมองหนึ่งพี่จะเอามาปรับเปลี่ยนในทุก ๆ ด้านของเราให้มีความสุขแม้กระทั่งการค้นหาอะไรใหม่ ๆ เพื่อที่จะเอามาใช้ให้เกิดภาพและเรื่องราวรวมถึงแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี  ๆเพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> welldonedesign

ก้อนเมฆ สัญญาณการเปล่งเสียงแทนธรรมชาติ

ก้อนเมฆ ที่เกิดจากละอองน้ำรวมถึงน้ำแข็งที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนลอยขึ้นไปบน ชั้นบรรยากาศ (ชั้นแก๊สชนิดต่าง ๆ ที่ปกคลุมอยู่ทั่วดาวเคราะห์ หรือว่าวัตถุท้องฟ้านั้นสามารถที่จะแตกต่างกันออกไป แต่ละดาวเราไม่มีชั้นบรรยากาศ หรือว่าบรรยากาศของโลกนั้นเป็นอากาศที่ห่อหุ้มโลกโดยจะประกอบไปด้วยออกซิเจน และไนโตรเจน) ที่เรานั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเป็นไอน้ำที่ การความแน่น (การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารเชิงกายภาพ จากสถานะแก๊สให้เป็นสถานะของเหลวที่ตรงกันข้ามกับการระเหย และยังนิยามเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะของไอน้ำให้เป็นน้ำเหลว เมื่อได้สัมผัสกับผิวใด ๆจะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากสถานะแก๊สเป็นสถานะของเหลว โดยตรงที่เรียกการพอกพูน) และตกลงมาเป็น ฝน(การตกของน้ำจากฟ้าแบบหนึ่งที่เหมือนกันกับการปลูก ในรูปแบบของ หิมะ น้ำแข็ง ลูกเห็บ น้ำค้าง ฝน อยู่ในรูปของหยดน้ำที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลก 

จากเมฆฝนบางส่วนถูกระเหยเป็นไอ ก่อนตกลงมาผิวโลกชนิดนี้เรียกว่า virga ) รวมถึงเป็นฟองน้ำโดยปกติแล้วจะมีขนาด0.01 มม. ที่ก่อตัวรวมกันต่างเรียกกันว่าก้อนเมฆ สะท้อนคลื่นแสงในแต่ละความยาวของคลื่นในช่วงของการมองเห็นและในระดับเท่า ๆ กันโดยสีปกติที่เรามองเห็นส่วนมากมันจะเป็นสีขาว แต่ก็มองเห็นเป็นสีเทาหรือสีดำนั้นหมายถึงความหนาแน่นมากเกินไปจนแสงนั้นผ่านไม่ได้บนดาวอื่น ๆ ประกอบไปด้วยสารอื่นนอกจากน้ำเท่านี้ ยังอยู่สภาพบรรยากาศของดาวนั้น ๆ

สามารถแบ่งออกได้ตามรูปแบบใหญ่ ๆ ของเมฆได้ คือ แบบเป็นชั้น ในแนวนอน และแบบลอยตัวสูงในแนวตั้ง โดยจะมีชื่อเรียกตามลักษณะว่า สเตรตัส ที่หมายถึงลักษณะชั้น และ คิวมูลัส ที่หมายถึงการทับถมกันเป็นกอง 

ก้อนเมฆ

ก้อนเมฆ การจำแนกลักษณะสี

ก้อนเมฆ อุตุนิยมวิทยาได้จำแนกออกมาทั้ง 3 ระดับ โดยจะมีความสูงของก้อนเมฆที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินนั่นก็ คือ ระยะทางที่วัดจากพื้นดินไปยังฐานของก้อนหินที่ ได้แก่ เมฆชั้นสูง เมฆชั้นกลาง เมฆชั้นต่ำ

เมฆชั้นสูง มักจะลอยตัวอยู่ในระดับความสูงตั้งแต่ 6 กิโลเมตร ขึ้นไปโดยจะมีลักษณะเป็นริ้วบาง ๆ คล้ายกับขนนกหรือว่าไปหาของม้านั้นเอง มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่อากาศดี ๆ

เมฆชั้นกลาง คือที่จะเกิดขึ้นที่ระดับความสูง 2 ถึง 6 กิโลเมตร โดยจะมีลักษณะคล้ายกับก้อนสำลี หลาย ๆ ก้อนรวมตัวอยู่ด้วยกัน เหมือนกับฝูงแกะที่กำลังวิ่งอยู่บนท้องฟ้า มักจะปรากฏขึ้นในช่วงวันที่ท้องฟ้าใสจะมีความหนาแน่นมาก ๆ จนกลายเป็นก้อนเดียวกันรอยตัวต่ำลงอาจจะทำให้เกิดฝนได้

เมฆชั้นต่ำ อาจจะทำให้เกิดผลเป็นอย่างมากมักจะเกิดขึ้นได้ ระดับความสูงอยู่ที่ 2 กิโลเมตร เมฆชนิดใดสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากเมฆก่อตัว และตั้งอยู่ในลักษณะเหมือนกับดอกกะหล่ำหรือว่าที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ก้อนเมฆมีสีเทาเข้มไปจนสีดำที่น่ากลัว การแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงของพายุที่จะมาในไม่ช้านี้

ก้อนเมฆ

เราสามารถที่จะสังเกตรูปก้อนเมฆแต่ละรูปแบบ ที่แตกต่างกันออกไปอาจจะพบว่าก้อนเมฆที่ปรากฏบนท้องฟ้า แต่ละรูปแบบนั้นก็เพราะผิวได้จดน้ำผลิตน้ำแข็งของรูปร่างที่ลอยตัวกันอยู่ในชั้นบรรยากาศ รวมถึงน้ำแข็งที่มีความหนาแน่น ทำให้เรานั้นมองเห็นก้อนเมฆเป็นสีขาวหรือว่ารูปลักษณะต่าง ๆ ตามจินตนาการของเราไม่ว่าจะเป็น ฝูงแกะ ขนนกขนปุย สัตว์ หรือ สิ่งของต่าง ๆ  เมื่อใดก็ตามที่มีสีเทาหรือว่าสีดำนั่นแสดงว่าหยดน้ำ และผลึกน้ำแข็งมารวมตัวกันจนมีความหนาแน่นที่สุดมาก ๆ ไม่สามารถที่จะส่งผ่านลงมาได้ทำให้เกิดฝนตกลงมาสู่พื้นที่ผิว เมฆคิวมูโลนิมบัสที่มีสีเขียวจะบ่งบอกการก่อตัวของพายุหรือว่าพายุลูกเห็บ และพายุทอร์นาโดก้อนเมฆ ส่วนสีเหลืองไม่ค่อยได้ให้พบบ่อยมากค่ะอาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จนถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ๆ ที่เรื่องนั้นเกิดจากควันและอากาศ สีแดงและสีส้มหรือว่าสีชมพูที่เรามองเห็นได้โดยปกติจะเกิด ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกช่วงเช้ากับช่วงเย็น เกิดจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศไม่ได้เกิดจากตัวก้อนเมฆนั้นเป็นตัวสะท้อนแสงนี้ขึ้นมาเพียงเท่านั้น 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> elene-dee

กระบองเพรช กับการเลี้ยงดูต้นจิ๋วยอดฮิต

กระบองเพรช  ถือว่าเป็นเทรนการเลี้ยงมาก ๆ ในตอนนี้มีหลากหลายสายพันธุ์น่ารักที่ไม่เหมือนกัน จากการเติบโตหรือว่าคนที่เพาะเลี้ยงออกมาแล้ว จะมีรูปทรงลักษณะต่าง ๆ ที่คนเพาะปลูกได้จัดวางไว้รวมถึงสายพันธุ์อาจจะเป็นสายพันธุ์โดยตรง หรือว่าผสมจากการสู่การ เจ้าต้นกระบองเพชรนี้ กลับมาเป็นกระแสฮือฮาอีกครั้งเพราะว่าเป็นเครื่องประดับภายในบ้านหรือว่าการตกแต่งคาเฟ่ที่ดู น่ารัก มินิมอล ลงตัวสุดๆ เป็นที่ชื่นชอบสำหรับสาวเอาไว้ถ่ายรูปเซลฟี่ หลายๆคนในช่วงนี้เลือกที่จะปลูกต้นไม้ เพราะมีเวลาอยู่บ้านและความต้องการที่จะเลี้ยงต้นไม้หรือว่าปลูกก็ต้องนึกถึง แคคตัส หรือว่าบางคนก็เรียกว่าต้นกระบองเพชรกลายเป็นที่สนใจ และงานอดิเรกทำให้เพลิดเพลินใจเย็นขึ้นอีกทั้งไม่ต้องดูแลอะไรมากมายนัก ก็สามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเขาเองกระบองเพชรไม่ชอบน้ำ เราจะใช้การเพาะปลูกด้วยสปริงโก้ฉีดเท่านั้น 

หากใครหลาย ๆ คนกำลังมองหาและวิธีขั้นตอนการปลูกสำหรับมือใหม่สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

การเลือกต้นกระบองเพชร นั้นควรที่จะเลือกสายพันธุ์ที่เราชื่นชอบเนื่องจากกระบองเพชรนั้นมีหลายสายพันธุ์มาก หากยังไม่เคยเลี้ยงควรเลือกดูพันธุ์ที่ดูแลง่าย ๆ ทนทานเพราะเราไม่ต้องยุ่งยากและก็แบ่งเวลาว่างมาดูมากมาย เขาสามารถที่จะเจริญเติบโตและออกดอกของเขาเอง

•หากใครที่เป็นเซียนกระบองเพชรหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับตลาด กลางซื้อขายกระบองเพชรนั้นมี หลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่หลักหน่วยจนถึงหลักแสน ควรที่จะเลือกพันธุ์ที่ต่ำ ๆ ก่อนไม่ควรที่จะเลี้ยงกระบองเพชรที่มีราคาสูง เพราะหากเกิดว่าเรายังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลกระบองเพชรอาจจะตายได้ ทำให้เงินนั้นสูญเสียเปล่า

กระบองเพรช

•การเริ่มต้นการเลี้ยงกระบองเพชรเริ่มจากต้นเล็ก ๆ ก่อนทำให้เรานั้นได้เห็นพัฒนาการของเราต้นกระบองเพชรในทุก ๆ วัน ซึ่งมันจะทำให้เรานั้นมีความสุข และความรู้ลองผิดลองถูกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกระบองเพชร และจะเห็นเสน่ห์ของเขาก็ค่อยปล่อยออกมา

ปัจจัยสำคัญในการเลี้ยง กระบองเพรช

กระบองเพรชปัจจัยที่สำคัญที่จะเพาะเลี้ยงกระบองเพชรง่าย ๆ ที่ใครก็อยากที่จะมีต้นไม้เล็ก ๆ น่ารักไว้ประดับห้อง หรือว่าโต๊ะทำงานที่จะต้องมาเรียนรู้วิธีปลูกไม่ให้ตายเร็ว และมีความเชื่ออีกต่างหากว่าถ้าหากว่าเราเลี้ยงต้นกระบองเพชรไว้ในทิศทางตะวันตก จะช่วยให้ปัดเป่าสิ่งชั่ว โชคลาภนั้นออกไปจากชีวิตเรา รวมถึงว่าเป็นต้นไม้นำโชคอีกชนิดหนึ่งเลยก็ได้  การเลี้ยงดูกระบองเพชรแสงสว่างเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเพาะปลูก โดยเฉพาะถ้าคุณมีต้นไม้กระบองเพชรไว้หน้าบ้านอาจจะทำให้มีตำแหน่งที่แสงแดดส่องถึง หรือว่าเคลื่อนย้ายออกไปด้านนอกบ้างเพื่อรับแสงแต่ก็ใช่ว่าจะตั้งไว้ตลอด เวลาว่างควรย้ายหรือว่าไม่ควรปล่อยให้แดดเผากระบองเพชรโดยตรง สำหรับหน้าฝนแล้วเราอาจจะต้องสนุกในการย้ายต้นกระบองเพชรเข้าออกบ่อย ๆ เพราะว่าเจ้ากระบองเพชร อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเขาไม่ค่อยชอบน้ำสักเท่าไหร่ ดินที่มีการระบายอากาศได้ดีทำให้กระบองเพชรนั้นเจริญเติบโต เนื่องจากไม่ควรจะเลิกดินที่แน่นหนาเกินไป ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของบ้านคุณ ปุ๋ยก็ควรระวังที่จะหาคุยให้เหมาะสำหรับต้นกระบองเพชร แต่ละสายพันธุ์

กระบองเพรช

 ข้อควรระวังคืออย่าใส่ปุ๋ยมากเกินไปไม่งั้นเจ้ากระบองเพชรจะตายง่าย เพราะว่าปุ๋ยนั้นจะกัดรากของเขา การเลือกสถานที่ในการเพาะปลูก หรือว่าการเลี้ยงก็สำคัญมาก ๆรวมถึงการสังเกตตำแหน่งการวางอีกด้วย มด แมลงสาบกระบองเพรช จะรบกวนการเจริญเติบโตได้ง่าย ๆ เพราะว่าลูกสิ่งที่ทำมาจากการป้องกันของพวกเขานี้ทั้งเพลี้ย รวมถึงโรครากเน่าเราสามารถที่จะใส่ยาฆ่าแมลง

หรือว่าศัตรูของต้นกระบองเพชรใส่ลงไปในดินได้เลย การรดน้ำต้นกระบองเพชรให้อย่างทั่วถึงไม่จำเป็นต้องลดทุกวัน เพราะมันจะทำให้รากมันเน่าการลดน้ำหนักจะลดอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แนะนำให้ลดช่วงเช้าแต่ก็ขึ้นอยู่กับต้นกระบองเพชรแต่ละสายพันธุ์ ถ้ามีการสังเกตจากดินถ้าดินเริ่มแห้งก็ให้ลดน้ำได้เลย 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

ความฉลาดทางอารมณ์ นั้นคือ การเห็นใจผู้อื่น

ไม่มีใครสนหรอกว่าคุณรู้อะไรมากแค่ไหน จนกระทั่งรู้ว่าคุณใส่ใจเขามากแค่ไหน จากนิตยสาร Empathy Circle รายงานว่าพนักงาน 56% บอกว่าพวกเขาจะอยู่กับบริษัทที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขา ความเห็นอกเห็นใจนั้นต้องอาศัยอารมณ์ หรือ EQ (Emotional Quotient) ในระดับหนึ่ง Daniel Goleman นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้พูดถึง ความฉลาดทางอารมณ์ จนกลายเป็นที่นิยม ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ข้อ ที่เป็นวิธีการเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ ดังนี้

ความฉลาดทางอารมณ์

วิธีการเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ ที่ต้องใช้ ความฉลาดทางอารมณ์ ร่วมด้วย

1) การตระหนักรู้ในตนเอง (Self Awareness) คุณไม่สามารถช่วยเหลือหรือสร้างคนอื่นในทีมของคุณได้เลยถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีก่อน หมายความว่าเราต้องรู้จักตนเอง ซื่อสัตย์กับอารมณ์และจุดอ่อน จุดแข็ง ของตัวเอง ให้เราได้พัฒนาอย่างจริงจัง ผู้นำที่ตระหนักในตนเองได้ก็จะรู้ดีว่าอารมณ์ของตนส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทั้งทีมและองค์กรอย่างไร

2) การควบคุมตัวเอง (Self-Regulation) จดบันทึกประจำวัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเห็นภาพสะท้อนตนเองได้ถี่ขึ้น เพื่อให้คุณเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานและเรียนรู้วิธีรักษาความคิดและ ความฉลาดทางอารมณ์ สมดุลและเป็นบวก ลองเขียนจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณเมื่อพูดถึงความเห็นอกเห็นใจและการเอาใจใส่ เวลาเจอคนรู้สึกแย่มาก ๆ คุณโต้ตอบอย่างไร? สิ่งนี้จะทำให้รู้ว่าเมื่อใดควรคลายร้อน เมื่อใดที่พอผ่อนปรนได้ และเมื่อรู้สึกหนักใจ อาจหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียดเหล่านั้น

ความฉลาดทางอารมณ์

3) สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ผู้นำที่ดีจะรู้ว่า การสร้างอิทธิพลและแรงจูงใจ สิ่งที่คุณได้สร้างไว้ให้กับทีม นี่คือสิ่งที่คนจะจดจำ ไม่ใช่รถที่คุณขับ หรือพอร์ตหุ้นของคุณ คนที่คุณเห็นและทำงานด้วยทุกวัน คนเหล่านี้จะแบ่งปันและพูดถึงคุณงามความดีของคุณ เพราะได้สร้างชีวิตให้พวกเขาพัฒนาขึ้นเหมือนกับคุณ การได้ลองมองย้อนกลับไปตลอดชีวิตที่ผ่านมา เป็นทั้งพลังและความอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะมันทำให้เราตระหนักว่าเราเริ่มต้นจากจุดใดและมาไกลแค่ไหน ความล้มเหลว ข้อผิดพลาด และอุปสรรค สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจมากขึ้นเมื่อพนักงานของคุณทำผิดพลาด

4) ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เมื่อคุณแสดงความเห็นอกเห็นใจนั่นคือความฉลาดทางอารมณ์ ในที่นี้ไม่ใช้ความรู้ แต่มันสามารถสร้างผลลัพธ์คือพลังที่จะโน้มน้าวผู้อื่นในระดับลึกมาก มันสร้างความไว้วางใจและเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานได้ ผลที่ตามมาคือ พนักงานจะตั้งใจทำงาน ภูมิใจกับองค์กร และมีความภักดีเกิดขึ้น ลองพูดคุยกับพนักงาน ซึมซับความรู้ของเขา แล้วฟังโดยไม่ตัดสิน ให้จำไว้ว่าการฟังไม่ใช่การเสียเวลาแต่มันก็คือประโยชน์ เพราะถ้าพนักงานรู้สึกว่าถูกรับฟัง พวกเขามีแนวโน้มที่จะทุ่มเทและชั่วโมงมากขึ้นเพราะพวกเขาเชื่อในผู้นำที่รับทราบ ให้คุณค่า และเชื่อมั่นในตัวพวกเขา

5) ทักษะทางสังคม (Social Skills) การเข้มงวดและจริงจังเกินไปในทีมของคุณหรือคนรอบข้างอาจทำให้เหินห่างได้ แนะให้อ่านภาษากาย พยายามสังเกต ท่าทาง จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสัญญาณหรือเซ้นส์บางอย่างของทีมคุณ เพื่อให้คุณรู้จังหวะ การเข้าหา รู้ว่าเมื่อใดควรให้ความช่วยเหลือ รับฟัง และเมื่อใดควรเดินจากไป ซึ่งของพวกนี้มันฝึกกันได้ไม่ยาก

ความฉลาดทางอารมณ์

ทั้ง 5 ข้อนี้จะทำให้คุณอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ความเห็นอกเห็นใจถือเป็นความก้าวหน้าอย่างแรกเมื่อได้เป็นผู้นำ ไม่ว่าตำแหน่งของคุณจะสูงแค่ไหน วิธีที่คุณปฏิบัติต่อผู้ผื่นคือสิ่งที่น่าจดจำของผู้คนตลอดไป ทั้งตอนที่คุณมีชีวิตอยู่และจากไป

หากคุณสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ และบทความอื่น ๆ อีกมากมาย ที่มีประโยชน์และสาระดีดีแบบนี้ สามารถหาอ่านได้ที่นี่เลย >> welldonedesign

วางแผนการเงิน ในวัยเกษียณอายุ

วางแผนการเงิน การวางแผนการเงินหลังเกษียณที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด หลังชีวิตการเกษียณเหมือนจะรู้ว่าอีกยาวนานแต่ในความเป็นจริงแล้วเผลอเพียงแป๊บเดียว เวลาอีกไม่นานก็จะสู่เข้าวัยเกษียณกันแบบเต็มรูปแบบ แต่ก็อย่างจะว่าเราต้องมีตั้งแต่แรกเพื่อเป็นการรับรองแผนการเงินอย่างถูกต้อง ไม่ให้เกิดการขัดตัวติดขัดในๆอย่างขั้นตอนแรกก็ คือ การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทุกคนไม่ควรที่จะมองข้าม ผู้ที่สูงอายุหลังวัยเกษียณให้มีความสุข และเตรียมใจหลังวัยเกษียณ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ภาวะอารมณ์และสังคมรอบข้างตลอดจนฐานะทางการเงินซึ่งเป็นปัจจัยหลัก  มาพร้อมกับการเตรียมสุขภาพที่ดีให้แข็งแรงเป็นสิ่งที่จำเป็น และละเอียดอ่อนควรเตรียมตัวมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวซึ่งการมีสุขภาพที่ดีย่อมหมายถึง การใช้เวลาที่เหลือนั้นมีประโยชน์มากที่สุด เป็นการลดภาวะแก่ผู้อื่นรวมถึงลูกหลานญาติพี่น้องให้มีสุขภาพจิตที่ดีตามไปด้วย

วางแผนการเงิน ในปั้นปลายชีวิต

วางแผนการเงิน ใช้เวลาเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตได้อย่างมีเป้าหมายทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานเวลา เวลาท่องเที่ยวหรือว่าพักผ่อนกิจกรรม การเตรียมเงินเพื่อให้คุณนำสามารถบริหารจัดการเงินก้อนสุดท้าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็ คือ คำนวณค่าใช้จ่ายในยามเกษียณของคุณอายุ 30 ขึ้น จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี แล้วคาดว่าจะมีอยู่จนถึงอายุ 80 ปี โดยประมาณ

โดยคิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายหลังเกษียณประมาณ 15,000 บาท ต่อเดือน แต่ต้องอย่าลืมว่าในแต่ละเดือนนั้นมีค่าครองชีพต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงไม่สามารถที่จะคำนวณอัตราเงินเฟ้อ และเข้าไปได้อย่างสมเหตุสมผลและถูกต้องมากที่สุด ทำให้ในวันนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปในต่อเดือนอีกประมาณ 5,000 บาท ในอีก 20 ปี ข้างหน้า โดยเฉลี่ยการใช้เงินต่อวันประมาณ 250 บาท หรือว่าจะมากกว่านั้นก็เป็นได้

วางแผนการเงิน

ดังนั้นการคำนวณเงินให้ถูกต้องได้เตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณปี 20 ปีข้างหน้าเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท วางแผนการเงินโดยประมาณดูตารางการรายงานจะต้องไปลงทุนแทนที่จะได้รับผลประโยชน์กับคืนมา โดยเฉลี่ยอย่างน้อย 10% ต่อปีด้วย สามารถที่จะใช้เงินได้ตามแผนที่ตั้งใจเอาไว้ เพื่อเป็นการสำรวจเงินที่ได้หลังจากการเกษียณ ในปัจจุบันการไปแล้วและต่อมาก็จะสำรวจถึงแหล่งรายได้เกษียณที่คาดว่าจะได้รับจากช่องทางไหนได้บ้าง อย่างเช่น กองทุนเงินบำเหน็จบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รายได้จากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แลกเงินปันผลคาดว่าจะมีเงินเกษียณรวมแล้วเท่ากับเดือนเท่าไหร่ และนำเอามาหักกับค่าใช้จ่ายดูยอดคงเหลือ 

วางแผนการเงิน

ขั้นตอนต่อไปทำตามแผนที่จะต้องใช้และมีเงินเฉลี่ยต่อเดือน 10,000 หรือว่าแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปได้แต่ละช่วงเพื่อให้ถึงเป้าหมายต่อไป การทำแผนที่วางเอาไว้อย่างชัดเจน โดยการคัดเลือกกองทุนรวมหุ้นที่ได้รับผลตอบแทนย้อนหลัง เฉลี่ยรายเดือนเป็น อย่างน้อย 9%  แผนการสุดท้ายเป็นการสำรวจตัวเองรายได้ของทุกวันนี้ว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใดวางแผนการเงิน สามารถที่จะไปต่อในอนาคตได้หรือไม่หรือว่ามีการพัฒนาอาชีพต่าง ๆ รวมถึงธุรกิจที่ต้องปิดกิจการที่เราได้รับผลกระทบ และหาช่องทางที่จะเพิ่มรายได้แบบสภาพคล่องเงินสำรองครอบครัว ต้องมีเป็นสิ่งที่จำเป็นรวมถึงการจัดการภาระหนี้สินให้เสร็จสะก่อนที่จะถึงวัยเกษียณ  

วางแผนการเงิน

รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสำหรับวัยเกษียณด้วยการออมหรือว่าการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์การเงินธนาคารต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบหรือว่าการแบ่งดอกเบี้ยรายปีว่าสมเหตุสมผลหรือไม่  เพื่อเป็นการวางแผนในระยะยาว โครงการออมต่อธนาคารนั้น ๆวางแผนการเงิน ปรับตามแผนสำหรับแผนที่เกษียณเราวิเคราะห์ได้ว่าในเครื่องสภาวะเศรษฐกิจที่โครงการฟื้นตัวแบบนี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมหรือว่าหุ้นที่เหมาะกับเรามีความเสี่ยงทั้งนั้นแต่จะต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะสอดคล้องกับผลตอบแทนที่เรานั้นคาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตทำการคัดเลือกการลงทุนในจังหวะการลงทุนอีกด้วยแต่ละภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและประโยชน์จากสถานการณ์แบบนี้ 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> welldonedesign

เศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร?

เศรษฐกิจพอเพียง ที่หมายถึงทฤษฎีในมุมกว้างขวางโดยมีเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวความคิดชี้หลักดำเนินการในแนวทางการปฏิบัติในทฤษฎีใหม่ แนวทางพระราชดําริ มีเกี่ยวข้องกับทฤษฎีใหม่หรือว่าเกษตรกรทฤษฎีใหม่ มีความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล ดูถึงความจำเป็นที่ต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน ในตัวที่พอดีพอเหมาะสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง  ทางวิชาการนั้นมีการวางแผนและดำเนินการในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ในขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างภูมิต้านทาน และพื้นฐานจิตใจของคนโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางภาครัฐนักธุรกิจนักทฤษฎีในทุกระดับ ให้มีความสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต จะมีความรอบรู้ที่เหมาะสมเกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียรมีสติปัญญา พร้อมที่จะมีการรับรองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเรียกว่าทางด้านวัตถุสิ่งแวดล้อมรวมถึงประเพณีวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี เศรษฐกิจพอเพียง การที่เราจะนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนํามาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเพียงกรอบแนวคิดและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไป ในทางที่ดีอย่างระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทย ซึ่งได้บรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 เมื่อไหร่ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2554 เป็นการมุ่งเน้นการพัฒนาที่สมบูรณ์ และยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันเพื่อความมีสุข บางครั้งต่อคนในสังคมได้อย่างยั่งยืนที่เราเรียกกันว่า สังคมสีเขียว นั่นเอง 

เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง กระบวนการขับเคลื่อน

เศรษฐกิจพอเพียงกระบวนการสร้างการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจพอเพียงสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้มีการเสนอ  เริ่มการสร้างกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจังเพื่อเป็นการสานต่อความคิด การขยายผลที่เกิดขึ้นจากการนำหลักปรัชญาไปฉายอย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับและการประยุกต์ใช้ให้เกิดเหตุและผล  ในทุกส่วนของสังคมอย่างแท้จริง วัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนเพื่อสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ ให้ถูกต้องนี้เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนทุกคนและนำมาใช้กับปรัชญาไปประยุกต์ได้อย่างเหมาะสม และเป็นการปลูกฝังปรับเปลี่ยนรวมถึงกระบวนการที่ยั่งยืน ตลอดจนการปรับแนวคิดการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

ลักษณะการขับเคลื่อน และการระดมพลังจากทุกภาคส่วนแบ่งออกได้เป็น 2 เครือข่าย ดังนี้

•เครือข่ายธุรกิจเอกชน

•เครือข่ายด้านประชาสังคมและชุมชน

นอกจากนี้แล้วยังมีเครือข่ายสนับสนุนตามภารกิจต่าง ๆ ได้แก่

•เครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

•เครือข่ายสร้างกระบวนการเรียนรู้

•เครือข่ายวิชาการ3

คุณลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติตนได้ในทุกระดับเศรษฐกิจพอเพียง โดยเราจะเน้นทางสายกลางในการพัฒนาเป็นขั้นตอนด้วยคำนิยามของความพอเพียงจะต้องประกอบไปด้วย 3 ลักษณะ คือ

ความพอประมาณ ความพอดีไม่น้อยจนเกินไป หรือว่าไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเช่นกันบริโภค ที่อยู่ในระดับพอประมาณ

ความมีเหตุมีผล เป็นการตัดสินใจและระดับความพอเพียงอย่างหนึ่งจะต้องมีความมีเหตุผล โดยจะพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

•การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง การเตรียมความพร้อมในการรับผลกระทบรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่าง ๆ จะทำให้เกิดคำคำนึงและความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตที่ใกล้และไกล  อย่างไรก็ตามแนวทางการปฏิบัติในทฤษฎีใหม่มีเป็นแนวทางการปฏิบัติไปสู่ความสามารถ ในการพึ่งพาตนเองได้ระดับหนึ่งหรือว่าขั้นต้นก็ว่าได้ความเสี่ยงเกี่ยว กับความผันแปรทางธรรมชาติหรือว่าที่อยู่อาศัยที่จะเกิดในอนาคต

เศรษฐกิจพอเพียง

โดยประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงนี้ คือ พอมีพอกิน ปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองบ้างปลูกผลไม้ไว้หลังบ้าน ประมาณ 2-3 ต้นพอที่จะทำได้ถ้าเหลือจากนนั้นนำไปขาย   พออยู่พอใช้  ทำให้บ้านของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นจากสารเคมี เศรษฐกิจพอเพียงกลิ่นเหม็นแต่ของที่เป็นธรรมชาติอย่างจุลินทรีย์น้ำยาผสมผงถูพื้นในบ้านเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องใช้  

พออกพอใจ ต้องรู้จักประมาณตนไม่ค่อยอยากจะได้ของผู้อื่น เพราะเราจะลงติดกับวัตถุโดยทำให้ปัญญานั้นไม่เกิดเหตุผล 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> welldonedesign

ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System)

ระบบทางเดินหายใจ   ในมนุษย์ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระหว่างระบบการหายใจที่ประกอบไปด้วย จมูก หลอดลม ปอด รวมไปถึงกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ และออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกแลกเปลี่ยนปอด  ด้วยกระบวนการแพร่กระจายนำไปสู่ร่างกาย  ดูในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีทั้งแมลงระบบทางเดินหายใจที่เหมือนกันกับมนุษย์  แต่มีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำระบบทางเดินหายใจจะคล้ายกันกับมนุษย์   โดยมีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ที่ง่ายกว่าในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ  ระบบทางเดินหายใจจะอยู่ที่ผิวหนังเป็นการแลกเปลี่ยนก๊าซได้ด้วย   ระบบทางเดินหายใจ เช่นทิศทางการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในทางตรงกันข้ามของ  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระบบแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างของพืชจะประกอบไปด้วยรูเล็ก ๆ

ที่เราเรียกว่าปากใบ  

ระบบทางเดินหายใจ ความสำคัญที่มนุษย์ต้องการ

ระบบทางเดินหายใจดูโครงสร้างของระบบทางเดินหายใจจะมีโครงสร้างที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระบบ คือ

1.ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ที่ประกอบไปด้วยอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจเหนือกล่องเสียงขึ้นไป  อย่างเช่น  จมูกคอ  หอย  ปาก   เป็นต้น  ระบบทางเดินหายใจส่วนรวมหรือว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนมาก

2 .ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ที่ประกอบไปด้วยกระบังลมหลอดลมซี่โครงและปอด 

ระบบทางเดินหายใจ

หน้าที่ระบบทางเดินหายใจแลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณที่ แลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิเจนกับเนื้อเยื่อที่ได้แก่หลอดลมฝอย หลอดลมใหญ่ ลมถุงลมเล็ก หลอดลม ทำหน้าที่ลำเลียงอากาศ  เข้าสู่ภาวะภายนอกไปยังปอดผ่านออกทางอากาศเพียงเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนแก๊ส  ได้แก่ จมูกคอหอยกล่องเสียงหลอดลมเล็ก หลอดลมใหญ่ หลอดลมฝอยส่วนปลาย หลอดลมฝอย 

ระบบหายใจมนุษย์ของเรามีชีวิตเพื่อที่จะมีลมหายใจสูดอากาศเข้าไปยังอวัยวะต่าง ๆ ตามลำดับมี  ดังนี้

หลอดคอ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ติดกับช่องปากและจมูกที่จะแบ่งเป็นส่วนของจมูกกับหลอดคอส่วนปาก  โดยมีเพดานอ่อนเป็นตัวแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน ระบบทางเดินหายใจ  มีโครงสร้างของหลอดคอที่ประกอบไปด้วยกระดูกอ่อนทั้ง 9 ชิ้น  ไปด้วยกันเช่นที่ใหญ่ที่สุดนั่นก็คือกระดูกไทฟอยด์  ที่เราเรียกกันว่า ลูกกระเดือก ในผู้ชายนั้นจะเห็นชัดกว่าผู้หญิง

จมูก ทำหน้าที่ผ่านทางทหารที่หายใจไปยังจะหมด และกรองฝุ่นละออง

หลอดลม ยาวลงไปถึงทรวงอกเป็นลักษณะหลอดกลม ๆ ที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปวงแหวนเป็นตัว U ที่มีอยู่ 20 ชิ้น วางอยู่ด้านหลังของหลอดลมเป็นช่องว่าง  ระหว่างกระดูกอ่อนรูปตัว U ต่อกันมีเนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อที่เรียบเรียงกัน จึงทำให้เปิดอยู่ตลอดเวลาไม่มีโอกาสที่จะแทรกเข้าหากันโดยแรงดัน จากภายนอกจึงรับประกันได้ว่าอากาศเข้าไปได้ตลอดเวลา 

ระบบทางเดินหายใจ

ปอด  มีรูปร่างลักษณะที่คล้ายกันกับกรวยมีป้าย หรือยอดที่ชี้ขึ้นข้างบนไป   พอดีกับการเปิดช่องแคบ ๆ ของทรวงอกที่ประกอบไปด้วยซี่โครงกระดูกอ่อนบนสันปก  และกระดูกสันหลังรวมถึง  ปอด ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่  ระบบทางเดินหายใจเราจะพบว่ามีหัวใจอยู่ข้างปอดขวาจะโต กว่าปอดข้างซ้ายอยู่เพียงเล็กน้อย หน้าที่ของปอดคือการนำเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปในเลือดเพื่อลำเลียงเข้าสู่ปอด ที่มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายกันกับฟองน้ำ

เยื่อหุ้มปอด  เป็นเยื่อที่บางและละเอียดอ่อนมากมี มันลื่นหุ้มผิวภายนอกของปอดเอาไว้ไม่เรียกลมปอดเท่านั้น ยังไปบุผิวหนังด้านในของทรวงอกอีกด้วยปอดทั้งสองข้างจะมีความเร็ว อยู่นิดหน่อยเพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างเยื่อหุ้ม กับโครงด้านล่างที่เราเรียกว่าเยื่อหุ้มปอด 

หลอดเสียง มีความยาวประมาณ 4 cm. ในผู้ชาย     ส่วนผู้หญิงจะมีประมาณ 3.5 cm. โดยเสียงเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามช่วงวัยอายุแต่จะเจริญรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ชายนอกจากเสียงซึ่งอยู่ภายในหลอดเสียงนี้ยาว และหนาขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไปทำให้เสียงดังแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนของผู้ชาย

โดยกลไกการทำงานของระบบทางเดินหายใจจะมีทาง การหายใจเข้า โดยกระบังลมจะเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ  กระดูกซี่โครงกระเบื้องสูงขึ้นทำให้ปริมาณการเพิ่มช่วงอกเพิ่มขึ้นความดันระบบทางเดินหายใจ อากาศในบริเวณรอบ ๆ ตัวจะต่ำลง กว่าอากาศภายในเขื่อนเข้าสู่จมูก และหลอดลมไปยังถุงลมปอด    การหายใจออก กะบังลมจะเลื่อนสูงขึ้นซี่โครงจะต่ำลงทำให้ปริมาณของช่องอกนั้นลดน้อยลงเพิ่มความดันอากาศ  ในบริเวณรอบ ๆ ปอดอากาศในถุงลมจะเคลื่อนที่ไปยัง ถุงลมปอดส่วนหลอดลมออกทางจมูก

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  คลิก>>> welldonedesign

โรคและยา จอประสาทตาลอกRetinal-Detachment

โรคและยา โรคจอประสาทตาลอกเกิดจากภาวะการแยกกันระหว่างจอประสาทตาออกจากตำแหน่งเดิม ที่มีผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นแสงวาบเข้ามาเหมือนฟ้าแลบหรือว่าแสงแฟลชในการถ่ายรูป จะเห็นเป็นจุดหรือว่าเส้นสีแดง ๆ เป็นเงาคอยแหย่ตาลอยไปลอยมา  ทำให้เกิดอาการกวนใจต่อการมองเห็นส่วนมากมักจะพบบ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี จอประสาทตาที่ลอกออกจากรูหรือว่ารอยฉีกขาดของจอประสาทตาเป็น สาเหตุหลักที่พบบ่อยมากที่สุดคือของเหลวจะเป็นวุ้นลูกตาแทรกซึม ให้จอตาลอกส่วนมากจะเกิดผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ตาหรือการเกิดรูที่ขาดขึ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  

โรคและยา สาเหตุการเกิดจอประสาทตาลอกร่วมถึงการป้องกัน

โรคและยา ปัจจัยที่เราพบได้บ่อยที่สุดหรือว่ามีความเสี่ยงนั่นก็คืออายุที่มากขึ้นทำให้เกิดแรงดึงต่อจอประสาทตา ซึ่งพบได้บ่อยของคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปี   ทั้งคนที่มีสายตาสั้นมาก ๆ มีการเสื่อมของวุ้นตาในขณะที่อายุครรภ์น้อยกว่าปกติแต่จอประสาทตานั้นยืดออกไปจนบางทำให้เกิดการฉีกขาดได้ง่าย รวมถึงเนื้องอกหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นในรูปตาที่แพร่กระจายมาจากส่วนอื่นอย่างน้ำเหลืองทั่วร่างกาย  

โรคและยา

อาการแสดงที่ทำให้เกิดจอประสาทตาโรคในช่วงระยะแรกจะมีผู้ป่วยเห็นแสงวาปเข้ามาเหมือนแสงแฟลชโทรศัพท์ ตาข้างหนึ่งจะหลับไปอยู่ในที่มืดทำให้เกิดการกระตุ้นจากแรงดึงดูด ของตาเข้าสู่จอประสาทตาทำให้รูนั้นฉีกขาด และเกิดความเสียหายมีอาการตามัวร่วมด้วยซึ่งจะทำให้เกิดการมองเห็นเหมือนมีหมอกด้วยโรคและยา ว่าเป็นเงามากเข้ามาเป็นคลื่นจะรู้สึกว่ามองเห็นเงาดู หาทำให้ขยายใหญ่ขึ้นเต็มม่านตาภายในไม่กี่วัน  หากเกิดการหลุดลอกออกมาถึงบริเวณจอประสาทตาจะเรียกว่าจุดภาพชัดนั่นแสดงว่าท่านเกิดภาวะแทรกซ้อนของจอประสาทตาลอกแล้ว

วิธีการรักษา จอประสาทตาชนิดที่แห้งติดตามการรักษาตามแพทย์เพื่อนัดประเมินอาการถึงความผิดปกติ ของจอประสาทตารวมถึงการเลิกบุหรี่หรือว่าการลดลงหลีกเลี่ยงได้ก็ดี   ทั้งเรื่องการงดออกแดดหรือว่าหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จะๆ ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่แว่นกันแดดหรือว่าหมวกใบใหญ่ๆ พร้อมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่รวมถึงอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รังสีหรือว่าลูทีน เพื่อชะลออาการเสื่อมของจอประสาทตา  การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยได้อย่างตรงตัว

รักษาจอประสาทตาชนิดที่เปียก เป็นการใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดจำพวก  เบวาซิวูแมบ แรนิบิซูแมบ หรือว่าโรคและยา เป็นยาอาวาสติน  

โรคและยา

ร่วมถึงการใช้ยาด้วยโฟโตไดนามิก เป็นการรักษา ด้วยขั้นตอน ที่ใช้ยาไวต่อแสง ทำให้เกิดหลอดเลือดที่ผิดปกติ แล้วจากนั้นแพทย์จะทำการฉายรังสีที่เย็นเข้าไปในตาเพื่อกระตุ้นหลอดเลือดที่ผิดปกติ  อย่างการรักษาด้วยวิธีสุดท้ายเป็นการผ่าตัดเส้นเลือดที่เกิดขึ้นมาใหม่    รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอาจจะเกิดขึ้นขณะที่กำลังรักษาโรคจอประสาทตาที่ลอกอยู่ หรือว่าเกิดหลังจากมีการรักษา  ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถที่จะทำงานตามปกติเหมือนเมื่อก่อนที่เคยทำ อย่างเช่น การลดการมองเห็นอย่าง การขับรถ  หรือว่ากิจกรรมที่ต้องใช้การมองเห็นมาก ๆ  ที่สูญเสียไปถึง 30 %  ส่วนใหญ่จะเกิดภาวะซึมเศร้าไปแบบไม่รู้ตัว เพราะทำใจยอมรับคิดเรื่องในอนาคตจะเกิดขึ้นถึงดวงตา

การป้องกันโรคจอประสาทตาลอก ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำแล้วได้ผล 100%  แต่ต้องช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดขึ้นต่อโรคได้ โดยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพประจำปี โรคและยา หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รักษาโรคได้อย่างรวดเร็วไม้เกิดการลุกลาม

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่  Click>>> welldonedesign