ความฉลาดทางอารมณ์ นั้นคือ การเห็นใจผู้อื่น

ไม่มีใครสนหรอกว่าคุณรู้อะไรมากแค่ไหน จนกระทั่งรู้ว่าคุณใส่ใจเขามากแค่ไหน จากนิตยสาร Empathy Circle รายงานว่าพนักงาน 56% บอกว่าพวกเขาจะอยู่กับบริษัทที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขา ความเห็นอกเห็นใจนั้นต้องอาศัยอารมณ์ หรือ EQ (Emotional Quotient) ในระดับหนึ่ง Daniel Goleman นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้พูดถึง ความฉลาดทางอารมณ์ จนกลายเป็นที่นิยม ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ข้อ ที่เป็นวิธีการเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ ดังนี้

ความฉลาดทางอารมณ์

วิธีการเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจ ที่ต้องใช้ ความฉลาดทางอารมณ์ ร่วมด้วย

1) การตระหนักรู้ในตนเอง (Self Awareness) คุณไม่สามารถช่วยเหลือหรือสร้างคนอื่นในทีมของคุณได้เลยถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีก่อน หมายความว่าเราต้องรู้จักตนเอง ซื่อสัตย์กับอารมณ์และจุดอ่อน จุดแข็ง ของตัวเอง ให้เราได้พัฒนาอย่างจริงจัง ผู้นำที่ตระหนักในตนเองได้ก็จะรู้ดีว่าอารมณ์ของตนส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทั้งทีมและองค์กรอย่างไร

2) การควบคุมตัวเอง (Self-Regulation) จดบันทึกประจำวัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเห็นภาพสะท้อนตนเองได้ถี่ขึ้น เพื่อให้คุณเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานและเรียนรู้วิธีรักษาความคิดและ ความฉลาดทางอารมณ์ สมดุลและเป็นบวก ลองเขียนจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณเมื่อพูดถึงความเห็นอกเห็นใจและการเอาใจใส่ เวลาเจอคนรู้สึกแย่มาก ๆ คุณโต้ตอบอย่างไร? สิ่งนี้จะทำให้รู้ว่าเมื่อใดควรคลายร้อน เมื่อใดที่พอผ่อนปรนได้ และเมื่อรู้สึกหนักใจ อาจหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียดเหล่านั้น

ความฉลาดทางอารมณ์

3) สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ผู้นำที่ดีจะรู้ว่า การสร้างอิทธิพลและแรงจูงใจ สิ่งที่คุณได้สร้างไว้ให้กับทีม นี่คือสิ่งที่คนจะจดจำ ไม่ใช่รถที่คุณขับ หรือพอร์ตหุ้นของคุณ คนที่คุณเห็นและทำงานด้วยทุกวัน คนเหล่านี้จะแบ่งปันและพูดถึงคุณงามความดีของคุณ เพราะได้สร้างชีวิตให้พวกเขาพัฒนาขึ้นเหมือนกับคุณ การได้ลองมองย้อนกลับไปตลอดชีวิตที่ผ่านมา เป็นทั้งพลังและความอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะมันทำให้เราตระหนักว่าเราเริ่มต้นจากจุดใดและมาไกลแค่ไหน ความล้มเหลว ข้อผิดพลาด และอุปสรรค สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจมากขึ้นเมื่อพนักงานของคุณทำผิดพลาด

4) ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เมื่อคุณแสดงความเห็นอกเห็นใจนั่นคือความฉลาดทางอารมณ์ ในที่นี้ไม่ใช้ความรู้ แต่มันสามารถสร้างผลลัพธ์คือพลังที่จะโน้มน้าวผู้อื่นในระดับลึกมาก มันสร้างความไว้วางใจและเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานได้ ผลที่ตามมาคือ พนักงานจะตั้งใจทำงาน ภูมิใจกับองค์กร และมีความภักดีเกิดขึ้น ลองพูดคุยกับพนักงาน ซึมซับความรู้ของเขา แล้วฟังโดยไม่ตัดสิน ให้จำไว้ว่าการฟังไม่ใช่การเสียเวลาแต่มันก็คือประโยชน์ เพราะถ้าพนักงานรู้สึกว่าถูกรับฟัง พวกเขามีแนวโน้มที่จะทุ่มเทและชั่วโมงมากขึ้นเพราะพวกเขาเชื่อในผู้นำที่รับทราบ ให้คุณค่า และเชื่อมั่นในตัวพวกเขา

5) ทักษะทางสังคม (Social Skills) การเข้มงวดและจริงจังเกินไปในทีมของคุณหรือคนรอบข้างอาจทำให้เหินห่างได้ แนะให้อ่านภาษากาย พยายามสังเกต ท่าทาง จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสัญญาณหรือเซ้นส์บางอย่างของทีมคุณ เพื่อให้คุณรู้จังหวะ การเข้าหา รู้ว่าเมื่อใดควรให้ความช่วยเหลือ รับฟัง และเมื่อใดควรเดินจากไป ซึ่งของพวกนี้มันฝึกกันได้ไม่ยาก

ความฉลาดทางอารมณ์

ทั้ง 5 ข้อนี้จะทำให้คุณอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ความเห็นอกเห็นใจถือเป็นความก้าวหน้าอย่างแรกเมื่อได้เป็นผู้นำ ไม่ว่าตำแหน่งของคุณจะสูงแค่ไหน วิธีที่คุณปฏิบัติต่อผู้ผื่นคือสิ่งที่น่าจดจำของผู้คนตลอดไป ทั้งตอนที่คุณมีชีวิตอยู่และจากไป

หากคุณสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ และบทความอื่น ๆ อีกมากมาย ที่มีประโยชน์และสาระดีดีแบบนี้ สามารถหาอ่านได้ที่นี่เลย >> welldonedesign

วางแผนการเงิน ในวัยเกษียณอายุ

วางแผนการเงิน การวางแผนการเงินหลังเกษียณที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด หลังชีวิตการเกษียณเหมือนจะรู้ว่าอีกยาวนานแต่ในความเป็นจริงแล้วเผลอเพียงแป๊บเดียว เวลาอีกไม่นานก็จะสู่เข้าวัยเกษียณกันแบบเต็มรูปแบบ แต่ก็อย่างจะว่าเราต้องมีตั้งแต่แรกเพื่อเป็นการรับรองแผนการเงินอย่างถูกต้อง ไม่ให้เกิดการขัดตัวติดขัดในๆอย่างขั้นตอนแรกก็ คือ การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทุกคนไม่ควรที่จะมองข้าม ผู้ที่สูงอายุหลังวัยเกษียณให้มีความสุข และเตรียมใจหลังวัยเกษียณ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ภาวะอารมณ์และสังคมรอบข้างตลอดจนฐานะทางการเงินซึ่งเป็นปัจจัยหลัก  มาพร้อมกับการเตรียมสุขภาพที่ดีให้แข็งแรงเป็นสิ่งที่จำเป็น และละเอียดอ่อนควรเตรียมตัวมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวซึ่งการมีสุขภาพที่ดีย่อมหมายถึง การใช้เวลาที่เหลือนั้นมีประโยชน์มากที่สุด เป็นการลดภาวะแก่ผู้อื่นรวมถึงลูกหลานญาติพี่น้องให้มีสุขภาพจิตที่ดีตามไปด้วย

วางแผนการเงิน ในปั้นปลายชีวิต

วางแผนการเงิน ใช้เวลาเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตได้อย่างมีเป้าหมายทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานเวลา เวลาท่องเที่ยวหรือว่าพักผ่อนกิจกรรม การเตรียมเงินเพื่อให้คุณนำสามารถบริหารจัดการเงินก้อนสุดท้าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็ คือ คำนวณค่าใช้จ่ายในยามเกษียณของคุณอายุ 30 ขึ้น จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี แล้วคาดว่าจะมีอยู่จนถึงอายุ 80 ปี โดยประมาณ

โดยคิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายหลังเกษียณประมาณ 15,000 บาท ต่อเดือน แต่ต้องอย่าลืมว่าในแต่ละเดือนนั้นมีค่าครองชีพต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงไม่สามารถที่จะคำนวณอัตราเงินเฟ้อ และเข้าไปได้อย่างสมเหตุสมผลและถูกต้องมากที่สุด ทำให้ในวันนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปในต่อเดือนอีกประมาณ 5,000 บาท ในอีก 20 ปี ข้างหน้า โดยเฉลี่ยการใช้เงินต่อวันประมาณ 250 บาท หรือว่าจะมากกว่านั้นก็เป็นได้

วางแผนการเงิน

ดังนั้นการคำนวณเงินให้ถูกต้องได้เตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณปี 20 ปีข้างหน้าเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท วางแผนการเงินโดยประมาณดูตารางการรายงานจะต้องไปลงทุนแทนที่จะได้รับผลประโยชน์กับคืนมา โดยเฉลี่ยอย่างน้อย 10% ต่อปีด้วย สามารถที่จะใช้เงินได้ตามแผนที่ตั้งใจเอาไว้ เพื่อเป็นการสำรวจเงินที่ได้หลังจากการเกษียณ ในปัจจุบันการไปแล้วและต่อมาก็จะสำรวจถึงแหล่งรายได้เกษียณที่คาดว่าจะได้รับจากช่องทางไหนได้บ้าง อย่างเช่น กองทุนเงินบำเหน็จบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รายได้จากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แลกเงินปันผลคาดว่าจะมีเงินเกษียณรวมแล้วเท่ากับเดือนเท่าไหร่ และนำเอามาหักกับค่าใช้จ่ายดูยอดคงเหลือ 

วางแผนการเงิน

ขั้นตอนต่อไปทำตามแผนที่จะต้องใช้และมีเงินเฉลี่ยต่อเดือน 10,000 หรือว่าแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปได้แต่ละช่วงเพื่อให้ถึงเป้าหมายต่อไป การทำแผนที่วางเอาไว้อย่างชัดเจน โดยการคัดเลือกกองทุนรวมหุ้นที่ได้รับผลตอบแทนย้อนหลัง เฉลี่ยรายเดือนเป็น อย่างน้อย 9%  แผนการสุดท้ายเป็นการสำรวจตัวเองรายได้ของทุกวันนี้ว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใดวางแผนการเงิน สามารถที่จะไปต่อในอนาคตได้หรือไม่หรือว่ามีการพัฒนาอาชีพต่าง ๆ รวมถึงธุรกิจที่ต้องปิดกิจการที่เราได้รับผลกระทบ และหาช่องทางที่จะเพิ่มรายได้แบบสภาพคล่องเงินสำรองครอบครัว ต้องมีเป็นสิ่งที่จำเป็นรวมถึงการจัดการภาระหนี้สินให้เสร็จสะก่อนที่จะถึงวัยเกษียณ  

วางแผนการเงิน

รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสำหรับวัยเกษียณด้วยการออมหรือว่าการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์การเงินธนาคารต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบหรือว่าการแบ่งดอกเบี้ยรายปีว่าสมเหตุสมผลหรือไม่  เพื่อเป็นการวางแผนในระยะยาว โครงการออมต่อธนาคารนั้น ๆวางแผนการเงิน ปรับตามแผนสำหรับแผนที่เกษียณเราวิเคราะห์ได้ว่าในเครื่องสภาวะเศรษฐกิจที่โครงการฟื้นตัวแบบนี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมหรือว่าหุ้นที่เหมาะกับเรามีความเสี่ยงทั้งนั้นแต่จะต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะสอดคล้องกับผลตอบแทนที่เรานั้นคาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตทำการคัดเลือกการลงทุนในจังหวะการลงทุนอีกด้วยแต่ละภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและประโยชน์จากสถานการณ์แบบนี้ 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> welldonedesign

เศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร?

เศรษฐกิจพอเพียง ที่หมายถึงทฤษฎีในมุมกว้างขวางโดยมีเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวความคิดชี้หลักดำเนินการในแนวทางการปฏิบัติในทฤษฎีใหม่ แนวทางพระราชดําริ มีเกี่ยวข้องกับทฤษฎีใหม่หรือว่าเกษตรกรทฤษฎีใหม่ มีความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล ดูถึงความจำเป็นที่ต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน ในตัวที่พอดีพอเหมาะสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง  ทางวิชาการนั้นมีการวางแผนและดำเนินการในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ในขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างภูมิต้านทาน และพื้นฐานจิตใจของคนโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ทางภาครัฐนักธุรกิจนักทฤษฎีในทุกระดับ ให้มีความสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต จะมีความรอบรู้ที่เหมาะสมเกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียรมีสติปัญญา พร้อมที่จะมีการรับรองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเรียกว่าทางด้านวัตถุสิ่งแวดล้อมรวมถึงประเพณีวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี เศรษฐกิจพอเพียง การที่เราจะนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนํามาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเพียงกรอบแนวคิดและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไป ในทางที่ดีอย่างระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทย ซึ่งได้บรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 เมื่อไหร่ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2554 เป็นการมุ่งเน้นการพัฒนาที่สมบูรณ์ และยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันเพื่อความมีสุข บางครั้งต่อคนในสังคมได้อย่างยั่งยืนที่เราเรียกกันว่า สังคมสีเขียว นั่นเอง 

เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง กระบวนการขับเคลื่อน

เศรษฐกิจพอเพียงกระบวนการสร้างการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจพอเพียงสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้มีการเสนอ  เริ่มการสร้างกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจังเพื่อเป็นการสานต่อความคิด การขยายผลที่เกิดขึ้นจากการนำหลักปรัชญาไปฉายอย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับและการประยุกต์ใช้ให้เกิดเหตุและผล  ในทุกส่วนของสังคมอย่างแท้จริง วัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนเพื่อสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ ให้ถูกต้องนี้เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนทุกคนและนำมาใช้กับปรัชญาไปประยุกต์ได้อย่างเหมาะสม และเป็นการปลูกฝังปรับเปลี่ยนรวมถึงกระบวนการที่ยั่งยืน ตลอดจนการปรับแนวคิดการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

ลักษณะการขับเคลื่อน และการระดมพลังจากทุกภาคส่วนแบ่งออกได้เป็น 2 เครือข่าย ดังนี้

•เครือข่ายธุรกิจเอกชน

•เครือข่ายด้านประชาสังคมและชุมชน

นอกจากนี้แล้วยังมีเครือข่ายสนับสนุนตามภารกิจต่าง ๆ ได้แก่

•เครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

•เครือข่ายสร้างกระบวนการเรียนรู้

•เครือข่ายวิชาการ3

คุณลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติตนได้ในทุกระดับเศรษฐกิจพอเพียง โดยเราจะเน้นทางสายกลางในการพัฒนาเป็นขั้นตอนด้วยคำนิยามของความพอเพียงจะต้องประกอบไปด้วย 3 ลักษณะ คือ

ความพอประมาณ ความพอดีไม่น้อยจนเกินไป หรือว่าไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเช่นกันบริโภค ที่อยู่ในระดับพอประมาณ

ความมีเหตุมีผล เป็นการตัดสินใจและระดับความพอเพียงอย่างหนึ่งจะต้องมีความมีเหตุผล โดยจะพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

•การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง การเตรียมความพร้อมในการรับผลกระทบรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่าง ๆ จะทำให้เกิดคำคำนึงและความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตที่ใกล้และไกล  อย่างไรก็ตามแนวทางการปฏิบัติในทฤษฎีใหม่มีเป็นแนวทางการปฏิบัติไปสู่ความสามารถ ในการพึ่งพาตนเองได้ระดับหนึ่งหรือว่าขั้นต้นก็ว่าได้ความเสี่ยงเกี่ยว กับความผันแปรทางธรรมชาติหรือว่าที่อยู่อาศัยที่จะเกิดในอนาคต

เศรษฐกิจพอเพียง

โดยประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงนี้ คือ พอมีพอกิน ปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองบ้างปลูกผลไม้ไว้หลังบ้าน ประมาณ 2-3 ต้นพอที่จะทำได้ถ้าเหลือจากนนั้นนำไปขาย   พออยู่พอใช้  ทำให้บ้านของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นจากสารเคมี เศรษฐกิจพอเพียงกลิ่นเหม็นแต่ของที่เป็นธรรมชาติอย่างจุลินทรีย์น้ำยาผสมผงถูพื้นในบ้านเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องใช้  

พออกพอใจ ต้องรู้จักประมาณตนไม่ค่อยอยากจะได้ของผู้อื่น เพราะเราจะลงติดกับวัตถุโดยทำให้ปัญญานั้นไม่เกิดเหตุผล 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> welldonedesign

ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System)

ระบบทางเดินหายใจ   ในมนุษย์ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระหว่างระบบการหายใจที่ประกอบไปด้วย จมูก หลอดลม ปอด รวมไปถึงกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ และออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกแลกเปลี่ยนปอด  ด้วยกระบวนการแพร่กระจายนำไปสู่ร่างกาย  ดูในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีทั้งแมลงระบบทางเดินหายใจที่เหมือนกันกับมนุษย์  แต่มีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำระบบทางเดินหายใจจะคล้ายกันกับมนุษย์   โดยมีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ที่ง่ายกว่าในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ  ระบบทางเดินหายใจจะอยู่ที่ผิวหนังเป็นการแลกเปลี่ยนก๊าซได้ด้วย   ระบบทางเดินหายใจ เช่นทิศทางการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในทางตรงกันข้ามของ  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระบบแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างของพืชจะประกอบไปด้วยรูเล็ก ๆ

ที่เราเรียกว่าปากใบ  

ระบบทางเดินหายใจ ความสำคัญที่มนุษย์ต้องการ

ระบบทางเดินหายใจดูโครงสร้างของระบบทางเดินหายใจจะมีโครงสร้างที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระบบ คือ

1.ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ที่ประกอบไปด้วยอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจเหนือกล่องเสียงขึ้นไป  อย่างเช่น  จมูกคอ  หอย  ปาก   เป็นต้น  ระบบทางเดินหายใจส่วนรวมหรือว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนมาก

2 .ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ที่ประกอบไปด้วยกระบังลมหลอดลมซี่โครงและปอด 

ระบบทางเดินหายใจ

หน้าที่ระบบทางเดินหายใจแลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณที่ แลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สออกซิเจนกับเนื้อเยื่อที่ได้แก่หลอดลมฝอย หลอดลมใหญ่ ลมถุงลมเล็ก หลอดลม ทำหน้าที่ลำเลียงอากาศ  เข้าสู่ภาวะภายนอกไปยังปอดผ่านออกทางอากาศเพียงเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนแก๊ส  ได้แก่ จมูกคอหอยกล่องเสียงหลอดลมเล็ก หลอดลมใหญ่ หลอดลมฝอยส่วนปลาย หลอดลมฝอย 

ระบบหายใจมนุษย์ของเรามีชีวิตเพื่อที่จะมีลมหายใจสูดอากาศเข้าไปยังอวัยวะต่าง ๆ ตามลำดับมี  ดังนี้

หลอดคอ มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ติดกับช่องปากและจมูกที่จะแบ่งเป็นส่วนของจมูกกับหลอดคอส่วนปาก  โดยมีเพดานอ่อนเป็นตัวแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน ระบบทางเดินหายใจ  มีโครงสร้างของหลอดคอที่ประกอบไปด้วยกระดูกอ่อนทั้ง 9 ชิ้น  ไปด้วยกันเช่นที่ใหญ่ที่สุดนั่นก็คือกระดูกไทฟอยด์  ที่เราเรียกกันว่า ลูกกระเดือก ในผู้ชายนั้นจะเห็นชัดกว่าผู้หญิง

จมูก ทำหน้าที่ผ่านทางทหารที่หายใจไปยังจะหมด และกรองฝุ่นละออง

หลอดลม ยาวลงไปถึงทรวงอกเป็นลักษณะหลอดกลม ๆ ที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปวงแหวนเป็นตัว U ที่มีอยู่ 20 ชิ้น วางอยู่ด้านหลังของหลอดลมเป็นช่องว่าง  ระหว่างกระดูกอ่อนรูปตัว U ต่อกันมีเนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อที่เรียบเรียงกัน จึงทำให้เปิดอยู่ตลอดเวลาไม่มีโอกาสที่จะแทรกเข้าหากันโดยแรงดัน จากภายนอกจึงรับประกันได้ว่าอากาศเข้าไปได้ตลอดเวลา 

ระบบทางเดินหายใจ

ปอด  มีรูปร่างลักษณะที่คล้ายกันกับกรวยมีป้าย หรือยอดที่ชี้ขึ้นข้างบนไป   พอดีกับการเปิดช่องแคบ ๆ ของทรวงอกที่ประกอบไปด้วยซี่โครงกระดูกอ่อนบนสันปก  และกระดูกสันหลังรวมถึง  ปอด ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่  ระบบทางเดินหายใจเราจะพบว่ามีหัวใจอยู่ข้างปอดขวาจะโต กว่าปอดข้างซ้ายอยู่เพียงเล็กน้อย หน้าที่ของปอดคือการนำเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปในเลือดเพื่อลำเลียงเข้าสู่ปอด ที่มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายกันกับฟองน้ำ

เยื่อหุ้มปอด  เป็นเยื่อที่บางและละเอียดอ่อนมากมี มันลื่นหุ้มผิวภายนอกของปอดเอาไว้ไม่เรียกลมปอดเท่านั้น ยังไปบุผิวหนังด้านในของทรวงอกอีกด้วยปอดทั้งสองข้างจะมีความเร็ว อยู่นิดหน่อยเพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างเยื่อหุ้ม กับโครงด้านล่างที่เราเรียกว่าเยื่อหุ้มปอด 

หลอดเสียง มีความยาวประมาณ 4 cm. ในผู้ชาย     ส่วนผู้หญิงจะมีประมาณ 3.5 cm. โดยเสียงเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามช่วงวัยอายุแต่จะเจริญรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ชายนอกจากเสียงซึ่งอยู่ภายในหลอดเสียงนี้ยาว และหนาขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไปทำให้เสียงดังแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนของผู้ชาย

โดยกลไกการทำงานของระบบทางเดินหายใจจะมีทาง การหายใจเข้า โดยกระบังลมจะเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ  กระดูกซี่โครงกระเบื้องสูงขึ้นทำให้ปริมาณการเพิ่มช่วงอกเพิ่มขึ้นความดันระบบทางเดินหายใจ อากาศในบริเวณรอบ ๆ ตัวจะต่ำลง กว่าอากาศภายในเขื่อนเข้าสู่จมูก และหลอดลมไปยังถุงลมปอด    การหายใจออก กะบังลมจะเลื่อนสูงขึ้นซี่โครงจะต่ำลงทำให้ปริมาณของช่องอกนั้นลดน้อยลงเพิ่มความดันอากาศ  ในบริเวณรอบ ๆ ปอดอากาศในถุงลมจะเคลื่อนที่ไปยัง ถุงลมปอดส่วนหลอดลมออกทางจมูก

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  คลิก>>> welldonedesign

โรคและยา จอประสาทตาลอกRetinal-Detachment

โรคและยา โรคจอประสาทตาลอกเกิดจากภาวะการแยกกันระหว่างจอประสาทตาออกจากตำแหน่งเดิม ที่มีผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นแสงวาบเข้ามาเหมือนฟ้าแลบหรือว่าแสงแฟลชในการถ่ายรูป จะเห็นเป็นจุดหรือว่าเส้นสีแดง ๆ เป็นเงาคอยแหย่ตาลอยไปลอยมา  ทำให้เกิดอาการกวนใจต่อการมองเห็นส่วนมากมักจะพบบ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี จอประสาทตาที่ลอกออกจากรูหรือว่ารอยฉีกขาดของจอประสาทตาเป็น สาเหตุหลักที่พบบ่อยมากที่สุดคือของเหลวจะเป็นวุ้นลูกตาแทรกซึม ให้จอตาลอกส่วนมากจะเกิดผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ตาหรือการเกิดรูที่ขาดขึ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  

โรคและยา สาเหตุการเกิดจอประสาทตาลอกร่วมถึงการป้องกัน

โรคและยา ปัจจัยที่เราพบได้บ่อยที่สุดหรือว่ามีความเสี่ยงนั่นก็คืออายุที่มากขึ้นทำให้เกิดแรงดึงต่อจอประสาทตา ซึ่งพบได้บ่อยของคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปี   ทั้งคนที่มีสายตาสั้นมาก ๆ มีการเสื่อมของวุ้นตาในขณะที่อายุครรภ์น้อยกว่าปกติแต่จอประสาทตานั้นยืดออกไปจนบางทำให้เกิดการฉีกขาดได้ง่าย รวมถึงเนื้องอกหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นในรูปตาที่แพร่กระจายมาจากส่วนอื่นอย่างน้ำเหลืองทั่วร่างกาย  

โรคและยา

อาการแสดงที่ทำให้เกิดจอประสาทตาโรคในช่วงระยะแรกจะมีผู้ป่วยเห็นแสงวาปเข้ามาเหมือนแสงแฟลชโทรศัพท์ ตาข้างหนึ่งจะหลับไปอยู่ในที่มืดทำให้เกิดการกระตุ้นจากแรงดึงดูด ของตาเข้าสู่จอประสาทตาทำให้รูนั้นฉีกขาด และเกิดความเสียหายมีอาการตามัวร่วมด้วยซึ่งจะทำให้เกิดการมองเห็นเหมือนมีหมอกด้วยโรคและยา ว่าเป็นเงามากเข้ามาเป็นคลื่นจะรู้สึกว่ามองเห็นเงาดู หาทำให้ขยายใหญ่ขึ้นเต็มม่านตาภายในไม่กี่วัน  หากเกิดการหลุดลอกออกมาถึงบริเวณจอประสาทตาจะเรียกว่าจุดภาพชัดนั่นแสดงว่าท่านเกิดภาวะแทรกซ้อนของจอประสาทตาลอกแล้ว

วิธีการรักษา จอประสาทตาชนิดที่แห้งติดตามการรักษาตามแพทย์เพื่อนัดประเมินอาการถึงความผิดปกติ ของจอประสาทตารวมถึงการเลิกบุหรี่หรือว่าการลดลงหลีกเลี่ยงได้ก็ดี   ทั้งเรื่องการงดออกแดดหรือว่าหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จะๆ ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่แว่นกันแดดหรือว่าหมวกใบใหญ่ๆ พร้อมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่รวมถึงอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รังสีหรือว่าลูทีน เพื่อชะลออาการเสื่อมของจอประสาทตา  การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยได้อย่างตรงตัว

รักษาจอประสาทตาชนิดที่เปียก เป็นการใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดจำพวก  เบวาซิวูแมบ แรนิบิซูแมบ หรือว่าโรคและยา เป็นยาอาวาสติน  

โรคและยา

ร่วมถึงการใช้ยาด้วยโฟโตไดนามิก เป็นการรักษา ด้วยขั้นตอน ที่ใช้ยาไวต่อแสง ทำให้เกิดหลอดเลือดที่ผิดปกติ แล้วจากนั้นแพทย์จะทำการฉายรังสีที่เย็นเข้าไปในตาเพื่อกระตุ้นหลอดเลือดที่ผิดปกติ  อย่างการรักษาด้วยวิธีสุดท้ายเป็นการผ่าตัดเส้นเลือดที่เกิดขึ้นมาใหม่    รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอาจจะเกิดขึ้นขณะที่กำลังรักษาโรคจอประสาทตาที่ลอกอยู่ หรือว่าเกิดหลังจากมีการรักษา  ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถที่จะทำงานตามปกติเหมือนเมื่อก่อนที่เคยทำ อย่างเช่น การลดการมองเห็นอย่าง การขับรถ  หรือว่ากิจกรรมที่ต้องใช้การมองเห็นมาก ๆ  ที่สูญเสียไปถึง 30 %  ส่วนใหญ่จะเกิดภาวะซึมเศร้าไปแบบไม่รู้ตัว เพราะทำใจยอมรับคิดเรื่องในอนาคตจะเกิดขึ้นถึงดวงตา

การป้องกันโรคจอประสาทตาลอก ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำแล้วได้ผล 100%  แต่ต้องช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดขึ้นต่อโรคได้ โดยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพประจำปี โรคและยา หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รักษาโรคได้อย่างรวดเร็วไม้เกิดการลุกลาม

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่  Click>>> welldonedesign

เกร็ดความรู้ สัตว์เลื้อยคลาน(Crawling Animals)

เกร็ดความรู้ สัตว์เลื้อยคลานที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของไฟลัม สัตว์มีแกนหลัง  สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังจัดเป็นกลุ่มแรงๆมีการดำเนินชีวิตบนบกได้อย่างแท้จริงเลื่อยคลาน เกิดขึ้นตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์ที่รอดชีวิตจากการสูญเสีย ไปยังคงดำเนินชีวิตอยู่มีจำนวนมากถึง 7,000 ชนิด กันเลยทีเดียว  การอาศัยอยู่ทั่วโลกไหมมีทางอยู่ในแหล่งน้ำและบนบกจัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จและปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายเพื่อการอยู่รอดจากเหตุการณ์ที่โลกถูกทำลายมามากกว่า 100 ล้านปี ที่ผ่านมาแล้ว  การสูญพันธุ์รวมถึงการปรับตัวทำให้สัตว์เลื้อยคลานเกิดการสูญพันธุ์อย่างกะทันหันได้มีลดจำนวนเหลือเพียง 4 กลุ่มเกร็ดความรู้ เท่านั้นซึ่งกลุ่มของสัตว์โดยสารสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ดีที่สุดนั้นก็คืองู และ จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า  และรองลงมาจะเป็นจระเข้

เกร็ดความรู้

เกร็ดความรู้ สัตว์โลก

เกร็ดความรู้ สำหรับกลุ่มที่ยังคงลักษณะทางกายภาพแบบโบราณไม่มีการปรับเปลี่ยนมาได้แตกต่างจากบรรพบุรุษนั่นก็คือเต่า ซึ่งมีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถพบเห็นที่นิวซีแลนด์ และประเทศเดียวกัน   สภาพทางด้านร่างกายที่แตกต่างไปจากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก  ทำให้สัตว์เลื้อยคลานสามารถดำรงชีวิต อยู่ในภูมิอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งทั้งทะเลสาบที่มีแต่ดินทรายความร้อนสูง แต่สำหรับสัตว์ที่อยู่ในหมวดของสะเทือนน้ำสะเทือนบก ไม่สามารถอาศัยอยู่ในทะเลทรายได้

เนื่องจากเวลาที่พวกเขาเหล่านั้นผสมพันธุ์ขยายพันธุ์จะต้องอาศัยแหล่งน้ำเป็นตัวกลางในการผสมพันธุ์ รวมถึงผิวหนังมีความแห้งแล้งหยาบกระด้างผิวหนังที่ลื่นและเมือกของสัตว์สะเทือนน้ำสะเทือนบกนั้นจะช่วยป้องกันการระเหยอุณหภูมิของน้ำในร่างกายออกจากตัว 

เกร็ดความรู้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสัตว์เลื้อยคลานชอบวางไข่บนพื้นดินและมีวิวัฒนาการในการปฏิสนธิของตัวเอง ภายในเปลือกไข่เพื่อดำรงชีวิตให้รอดพ้นจากแหล่งน้ำการวิวัฒนาการของเปลือกไข่ เพื่อช่วยให้ตัวอ่อนภายในมีชีวิตรอดอยู่ทำให้สัตว์เลื้อยคลาน สามารถวางไข่บนพื้นดินที่แห้งได้และการลอยตัวอยู่บนของเหลวภายในทำหน้าที่หุ้มห่อเนื้อเยื่อของไข่   

ลักษณะการใช้ชีวิตโดยทั่วไปสัตว์เลื้อยคลานจะมีรยางค์เป็นคู่มักจะมีนิ้วเท้าทั้งหมด 5 นิ้ว เสมอกันเพื่อเป็นการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วรวมถึงโครงสร้างโดย ไปประกอบด้วยกระดูกมีการเจริญเติบโตเป็นอย่างดีจำแนกสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ เกร็ดความรู้ นักวิทยาศาสตร์ลักษณะและกะโหลกที่แตกต่างกันจากสัตว์และสารของกลุ่มอื่นที่จำแนกออกไปเช่นงูมีข้อกระดูกสันหลังที่เป็นจำนวนมากไม่มีกระดูกและไม่มีกระดูกโรงรับแขนขาเหมือนอย่างจำพวกอื่น  มีเพียงลำตัวที่ช่วยในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเป็นที่น่าทึ่งอย่างมาก

การปรับโครงสร้างของสภาพร่างกายเมื่อใช้รับรองการเปลี่ยนถ่ายการวิ่งรวมถึงการว่ายน้ำสภาพร่างกาย ของสัตว์เลื้อยคลานไม่เกิดบาดแผลขึ้นอย่างง่ายดายมีเพียงบางกลุ่มเช่น งู กิ้งก่า มีผิวหนังที่ระบุไว้ว่าเครื่องห่อหุ้มที่แตกต่างกัน ตามรูปแบบโดยผิวหนังตลอดทั่วทั้งตัวมีเกล็ดแข็งปกคลุม และอาจจะมีแผ่นกระดูกจากชั้นของผิวหนังร่วมอยู่ด้วย  เกร็ดความรู้   มีต่อมเหงื่อบริเวณผิวหนังได้น้อยมากซึ่งบางกลุ่ม อาจจะไม่มีเลย สำหรับสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด เช่น จิ้งจกทำการสร้างเกล็ดขึ้นมาใหม่ภายใต้ผิวหนังที่ มีเกล็ดปกคลุมอยู่ตลอดทั่วตัวมีการสร้างขึ้นใหม่ทำให้เกล็ดเดิม  ที่เป็นผิวหนังของสัตว์เลื้อยคลานนั้นคือการลอกอย่างที่เราพบเห็นได้บ่อย ๆ นั่นก็คือดูจะทิ้งเครดิตเดิมเอาไว้ทั้งหมดมีวิธีลอกออกจากร่างกายตั้งแต่หัวจรดหาง

 การเคลื่อนที่ของสัตว์กระดูกสันหลังจะทำให้กล้ามเนื้อ ถูกยกขึ้นกระดูกศีรษะมีลักษณะเฉพาะตัวตาไม่เคลื่อนไหว ในตาไม่กระพริบไม่มีหูและแก้วหูตึงไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง  แต่มีความว่องไวต่อการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น อย่าง เช่น เสียงเดินบนพื้น จะมีประสิทธิภาพในด้านการมองเห็นที่ต่ำมากยกเว้นงูที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนจะมีนัยน์ตาที่ดีเยี่ยมทำให้สามารถมองเห็นหิมะที่แอบแฝงถือว่า – อยู่ สวนสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่อย่างจะอาศัยอยู่ตามพื้นดิน การรับรู้ทางความรู้สึกและเคมี เกร็ดความรู้ เช่น ความร้อนของร่างกายในการล่าเหยื่อ หรือที่เราเรียกว่าการใช้ประสาทสัมผัส

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่  Click>>> welldonedesign

การประกวด นางงามเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตัวแทน การประกวด ของไทยไปประกวดเวทีมิสยูเวิร์สจนสามารถเข้าถึงรอบ Top 5 ได้ ซึ่งยากมากกว่าจะเข้ามาในรอบ 5 คนสุดท้ายได้ มารีญา  พูลเลิศลาภ เธอคือตัวแทนสาวไทยที่เข้าแข่งขันในปีนั้น เธอต้องมาเจอคำถามสุดหินที่เกี่ยวข้องการการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามมีอยู่ว่า  “อะไรคือการเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดในรุ่นของคุณ” ที่แม้ว่าเธอจะตอบคำถามนั้นได้ไม่แย่เลย หากแต่ยังไม่ถูกใจของเหล่าคณะกรรมการทั้งหลายมากพอ ที่จะให้เธอผ่านเข้าไปลุ้นมงกุฏรอบ 3 คนสุดท้ายอยู่ดี (แต่ ณ ตอนนั้น เธอก็แสดงให้เห็นโดยชัดเจนแล้วว่า เธอเชื่อในจุดยืนเรื่องการเคลื่อนไหวของเยาวชนอย่างแท้จริง) หรือหากจะย้อนกลับไปใกล้ ๆ 2 ปีที่ผ่านมากับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ประจำปี 2019 ที่ประเทศไทยได้ตัดสินใจส่ง ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น เข้าชิงชัยในครั้งนั้น จะต้องพบกับชะตากรรมเดียวกันกับการประกวดรุ่นพี่คือเรื่องของการตอบคำถามที่เกี่ยวกับการเมืองที่ว่า “ระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความปลอดภัย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับสิ่งงใดมากที่สุด” ซึ่งฟ้าใสก็ตอบว่า เธอคิดว่าเธอไม่สามารถเลือกได้หรอกว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญสิ่งไหนมากกว่ากันเพราะทั้งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยต้องมาคู่กันทั้งสองอย่าง ซึ่งหลังจากจบการประกวดในครั้งนั้น ถึงแม้หลายคนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ หากคำตอบแนวประนีประนอมของฟ้าใส ก็ยังไม่เข้าถึงใจของคณะกรรมการอยู่ดี

          ดังนั้นคุณหลายคนก็คงจะพอนึกภาพออกได้แล้วว่า ในปัจจุบันเวทีการประกวดการประกวดระดับโลกไปไกลมากกว่าแค่ “การรักเด็ก” หรือความสวยความงามแค่นั้น ที่คนภายนอกมักจะนึกถึง ซึ่งความเป็นจริงการประกวดโดนถูกผูกโยงไปกับการเมืองและสังคมโลกโดยสมบูรณ์แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนกลายเป็นเกณฑ์สุดหินครั้งใหม่ที่หลายประเทศต้องห้ำหั่น และขับเขี้ยวกันแบบสุดฤทธิ์เพื่อเฟ้นหาตัวแทนภายในประเทศให้ดีที่สุด

การประกวด

การประกวด กับการเมืองในการแสดงความคิดเห็น

จะเห็นได้จากการประกวด Miss Grand Thailand ประจำปี 2021 ที่ล่าสุดสาวงามจากจังหวัดระนองก็ได้ครองตำแหน่งอันสูงสุดไป ด้วยคำตอบที่ตรงแสนตรง เมื่อถูกตีแสกหน้าด้วยคำถามที่ว่า “จากสถานการณ์ของผู้ชุมนุมขณะนี้ ส่อเค้าความรุนแรงยิ่งขึ้น หากคุณได้มีโอกาสได้พูดคุยหรืออยากจะบอกกับฝ่ายใด ระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุม หรือ ฝ่ายรัฐบาล และพูดอะไรเพื่อทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น” ก่อนที่เธอจะพ่นคำตอบอย่างกล้าหาญต่อหน้าผู้คนนับหมื่นนับพันคนอย่างไม่ยี่หร่า คำตอบของเธอคือ “จากใจนะคะ ขอเลือกฝ่ายชุมนุม เพราะเรามีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็น และเราอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติของเรา มากกว่านั้น อยากจะบอกรัฐบาลว่า “If you calling as Thailand we need you the real democracy and  moreover we need you get out to the country Thanks you” ซึ่งคำตอบของเธอทำให้เธอได้รับมงกุฎในปีนั้นไป และเธอยังได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนการประกวดยกใหญ่ แม้จะมีกระแสด้านลบตามมาเป็นเงาก็ตาม แต่นั่นคือเส้นทางที่เธอเลือกแล้ว ซึ่งนี่เองคือหมุดกาเปลี่ยนแปลงสำคัญบนเวทีการประกวดไทย

          “แล้วการประกวดควรเกี่ยวข้องหรือไม่” ก็คงจะตอบว่าควรอย่างยิ่ง เพราะทุกเรื่องนับเป็นเรื่องของการเมืองทั้งสิ้น ทุกมิติของชีวิตประจำวันที่ใช้อยู่ในเวลานี้ก็เกี่ยวข้องกับการเมืองในหลายมิติอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งบริบทของการประกวดในปัจจุบัน มิได้ประกวดเพื่อหาตัวแทนคนสวยอย่างที่เคยเป็นมา หากแต่เป็นการประกวดเพื่อหา Spokesperson  ซึ่งเป็นคนที่จะพูดแทน หรือเป็นกระบอกเสียง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคคลอื่นได้ด้วย นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เราก็จะเข้าใจว่า เวทีการประกวดการประกวด เปรียบเสมือนกระจกสะท้อน “ค่านิยม” สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมที่โคจรผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และเหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง ตัวสาวงามเองควรที่จะตระหนักถึงข้อนี้ให้มากว่า เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนที่โหวตหรือเลือกเข้ามานั่งในสภาได้ด้วยเสียงของตัวเองได้อย่างเต็มปากเต็มคำและกล้าหาญ

สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การประกวดกับการเมือง พร้อมกับสาระดี ๆ และมีประโยชน์ แบบนี้ได้ที่ >>  welldonedesign

ราชวงศ์ ของจีนจึงถูกล้มล้างได้

ในขณะที่ ราชวงศ์ ของญี่ปุ่นไม่ล้มล้างได้?

—–

หลายท่านอาจจะทราบมาก่อนแล้วว่า ตลอดช่วงระยะเวลาในประวัติศาสตร์จีนที่ยาวนานนับพันปีนั้น ได้เกิดการก่อตั้งและล้มล้างราชวงศ์รวมไปถึงจักรพรรดิจีนนับสิบ ๆ ครั้ง จนเกิดเป็นยุคสมัยราชวงศ์ ต่าง ๆ ของจีนที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี

แต่ทุกคนเคยสงสัยกันหรือไม่ครับว่า ทำไมระบอบจักรพรรดิและราชวงศ์ของญี่ปุ่นถึงสามารถดำรงอยู่ยาวนานนับพัน ๆ ปีได้ โดยที่ไม่เคยถูกล้มล้างมาก่อนเลย ดังนั้นในบทความนี้แอดมินจะมาไขข้อสงสัยนี้กันครับ

—–

เรามาเริ่มต้นที่เรื่องราวของจักรพรรดิจีนกันก่อน สำหรับจักรพรรดิจีนหรือที่เรารู้จักกันในนาม “ฮ่องเต้” (Huang Di | 皇帝) นั้น ชาวจีนสมัยโบราณมีความเชื่อว่า ฮ่องเต้จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “อาณัติสวรรค์” (Mandate of Heaven) ซึ่งเป็นคำบัญชาจากสรวงสวรรค์ที่จะมอบให้กับฮ่องเต้เพื่อใช้ในการปกครองแผ่นดินจีน

โดยการที่ฮ่องเต้เป็นผู้ที่ได้รับอาณัติสวรรค์ก็จะทำให้อยู่ในสถานะของ “โอรสสวรรค์” (Son of Heaven : นั้นซึ่งเรามักจะเคยได้ยินในพวกหนังจีนบ่อย ๆ ) โดยความหมายของอาณัติสวรรค์ที่ว่านี้หากฮ่องเต้องค์ใดเป็นคนดีและเป็นผู้มีคุณธรรม สรวงสวรรค์ก็จะยังคงให้การสนับสนุนฮ่องเต้องค์นั้นอยู่เสมอ

แต่ในขณะเดียวกัน หากฮ่องเต้องค์ไหนเป็นคนเลว ไร้ซึ่งคุณธรรมแล้ว สรวงสวรรค์จะยึดคืนอาณัติสวรรค์ ฮ่องเต้องค์นั้นจะต้องถูกลงโทษและถูกล้มล้าง จากนั้นผู้ที่มีคุณธรรมจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้คนใหม่แทน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในประวัติศาสตร์จีนที่ยาวนานนั้น จึงได้เกิดการล้มล้างฮ่องเต้และราชวงศ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ เพราะฮ่องเต้และราชวงศ์ของพระองค์สามารถถูกโค่นล้มได้เสมอ หากฮ่องเต้องค์นั้นไร้ซึ่ง “อาณัติสวรรค์” และ “คุณธรรม”

อาณัติสวรรค์นี้เองที่ถูกนำไปใช้เป็นข้ออ้างสำคัญ ในการล้มล้างราชวงศ์เดิมและก่อตั้งราชวงศ์ ใหม่ ตลอดช่วงระยะเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์จีน

ราชวงศ์ จีน และราชวงศ์ ญี่ปุ่น

ในขณะที่ ราชวงศ์ ยามาโตะ (Yamato) และระบอบจักรพรรดิของญี่ปุ่นนั้น ได้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ราว 660 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งราชวงศ์นี้ก็ได้ปกครองแผ่นดินญี่ปุ่นยาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ โดยที่ไม่เคยถูกล้มล้างมาก่อนเลย

โดยสาเหตุที่ทำให้จักรพรรดิญี่ปุ่น (หรือเท็นโน | Tenno 天皇) สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้นั้น ก็มาจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่นโบราณโดยพวกเขาเชื่อว่าจักรพรรดิของพวกเขาเป็นเทพเจ้า มนุษย์จึงไม่สามารถล้มล้างหรือดูหมิ่นองค์จักรพรรดิได้

ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง ๆ อำนาจของจักรพรรดิญี่ปุ่นจะเริ่มเสื่อมถอยลง แม้ว่าผู้นำของนักรบซามูไรจะสถาปนาตำแหน่ง “โชกุน” (Shogun) เพื่อปกครองญี่ปุ่น แต่โชกุนก็ไม่ได้ทำการล้มล้างจักรพรรดิหรือตั้งตนเป็นจักรพรรดิเสียเองแต่ประการใด

พวกเขายังคงให้พระองค์ดำรงอยู่ต่อไปในสถานะของสัญลักษณ์และประมุขสูงสุดของชาวญี่ปุ่นทั้งปวง เพราะหากโชกุนหรือใครก็ตามล้มล้างจักรพรรดิญี่ปุ่นแล้ว ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ทรยศต่อแผ่นดิน และเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพสูงสุดนั่นเอง

ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่า

ราชวงศ์

• จักรพรรดิจีน(ฮ่องเต้) มีสถานะเป็นคนธรรมดาสามัญทั่วไป ที่ได้รับบัญชามาจากสรวงสวรรค์ (อาณัติสวรรค์) เพื่อให้มาปกครองแผ่นดิน แต่ถ้าหากว่าไม่มีคุณธรรม ก็จะสามารถล้มล้างและตั้งฮ่องเต้ขึ้นมาใหม่ได้

ราชวงศ์

• จักรพรรดิของญี่ปุ่น (เท็นโน) มีสถานะเป็นเทพเจ้า อยู่เหนือกว่ามนุษย์ไม่สามารถล้มล้างได้

—–