Santa Claus ของเด็กดีพร้อมรับของขวัญวันคริสมาสต์

Santa Claus (ซานต้าคลอส)เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อของนักบุญนิโคลัสหรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซานต้า เป็นบุคคลที่จุดกำเนิดตำนานและประวัติศาสตร์ตำนานพื้นเมืองของทางด้านศาสนาคริสต์ ตามวัฒนธรรมตะวันตกได้หลายประเท ศ ซึ่งกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้นำของขวัญไปยังบ้านของเด็ก ๆ ในช่วงเย็นและยามค่ำคืนของคริสต์มาสเมื่อจะถึงวันคริสมาสต์ก่อน 1 คืนในวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี โดยในภาพลักษณ์สมัยก่อนถูกดัดแปลงออกไป จนภาพลักษณ์เซนเตอร์กลาสแบบตัดซึ่งอาจมีพื้นฐานมาจากเรื่องเล่าชีวประวัติ ของนักบุญและบุคคลในประวัติศาสตร์ของผู้ให้ของขวัญชื่อนักบุญนิโคลัสอีกทอดหนึ่งเราเป็นแทบจะไม่ต่างกัน และยังไม่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน คือบราซิลแห่งซีซาเรีย ในวันสมโภชของบราซิลวันที่ 1 มกราคมนั้นถูกมองว่าช่วงเวลาแห่งการแลกของขวัญของชาวกรีก  Santa Claus   โดยทั่วไปซานต้าคอสจะถูกบรรณาว่าเป็นชายมีเขารูปร่างท้วมบุคลิกหน้าตายิ้มแย้มร่าเริงสดใสสวมเสื้อโค้ทสีแดงคอของเสื้อนั้นเป็นสีขาวกางเกงสีแดงกางเกงเป็นสีขาวเช่นกัน บวกกับเข็มกลัดและรองเท้าหนังสีดำภาพลักษณ์นี้เขามักไม่ค่อยมีเข้าโดยไม่มีหนวดและได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเมื่อคริสตศักราชวัดที่ 19 นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลเป็นสำคัญของกวี ในการมาเยี่ยมจากนักบุญนิโคลัสของ ของคลีเมนต์คลาร์กมัวร์  ในค.ศ 1823 ซึ่งนักเรียนนั้นเขียนภาพล้อเลียนกันและนักวาดการ์ตูนการเมืองอย่าง โทมัส แนสต์ ภาพลักษณ์นี้ถูกรักษาและเสริมสร้าง เพลง โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ ภาพยนตร์และการเขียนต่าง ๆ ในอเมริกาเหนือที่ดังและพัฒนาขึ้นมา ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 

Santa Claus

Santa Claus ความเป็นมาและความสำคัญ

ต่อมาได้มีอิทธิพลทำความเข้าใจใหม่ของ Faster Christmas เซนเตอร์กลาสและนักบุญนิโคลัส Santa Claus ในวัฒนธรรมยุโรปตามความเชื่อซึ่งจะสามารถย้อนสื่อไปถึงคริสต์ศักราช 1820 นี้ซานตาคลอสอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือพร้อมกับเอลล์ เชื่อกันว่าสำหรับทำรายชื่อเด็กทั่วโลกแล้วการแบ่งประเภทของเขาตามพฤติกรรมนั้นก็ คือ ดื้อหรือว่าน่ารัก ในช่วงกลางดึกของคริสต์มาสซานตาคลอสใจแอบเอาของขวัญไปไว้ที่บ้านของเด็กที่มีพฤติกรรมดีทางปล่องไฟ เพื่อนำของขวัญไปใส่ในถุงเท้าที่แขวนไว้หน้าเตาผิงรวมทั้งของเล่น และลูกอมขนมหวานหลายๆ ชนิดบางครั้งส่งถ่านหินไปให้เด็กภายในคืนคริสต์มาสอีฟอีกคืนเดียวเขาสำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือเด็ก ๆ และผู้ที่ทำโรงงานของเล่นกวางเรนเดียร์ที่ลากเลื่อนเป็นอย่างดีมาของเขาอีกด้วย นำพาประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน

ในวันหนึ่งเซนต์นิโคลัสเกิดสงสารครอบครัวเด็กคนหนึ่งที่ยากจนเอามาก ๆ ด้วยความใจดีและมีน้ำใจของบุญสุนทานเขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคาของครอบครัวยากจนแห่งนี้ ทิ้งถุงเงินลงไปในกองไฟแต่บังเอิญถุงเงินนั้นรุนไปอย่างถุงเท้าของเด็ก ที่แขวนไว้ในข้างเตาผิงพอดีทำให้ครอบครัวแปลกใจว่ามีใครมาช่วยเหลือ พวกเขาหรือไม่ก่อนที่จะแอบไปทราบว่าผู้หญิงใจบุญดังกล่าวนั้นก็ คือ เด็กหนุ่มนามว่านิโคลัสนั้นเองโดยต่อมานิโคลัสได้เข้าเป็น นักบวชของคริสเตียนก่อนจะไปดำรงตำแหน่งบิชอป แล้วย้ายไปตำแหน่งสังฆราชแห่งเมืองใหม่ล่าสุดซึ่งขณะนั้นท่านสามารถที่จะประกอบศาสนากิจได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรโรม Santa Claus สนับสนุนศาสนาคริสต์อย่างเต็มที่ท่านเซ็นนิโคลัสจึงเผยแพร่ศาสนา และอุทิศชีวิตให้กับศาสนาจนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วราชอาณาจักรก่อนที่ จะมามรณภาพในวันที่ 6 ธันวาคม ในคริสต์ศตวรรษ 340 คริสตศักราชชนจึงได้สร้างโบสถ์และเก็บรักษาสุขของท่านเอาไว้ในเมืองใหม่ เพื่อให้ผู้แสวงบุญเดินทางมาเคารพมานนา  

นี่ก็เป็นอีกตำนานหนึ่งของซานตาคลอสที่บอกเล่าสืบต่อกันมาแน่นอนว่าซานตาครอสนั้นไม่ใช่เพียงแค่ตำนาน เพื่อเฉลิมฉลองให้กับชาวคริสต์ในวันคริสต์มาสคริสต์มาสเท่านั้น แต่ซานตาคลอสคือเป็นเอกลักษณ์ของความรัก และความเมตตาเพื่อมนุษย์ทุกคันทุกคนบนโลกใบนี้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนั้นเอง

สามาติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> welldonedesign

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *